Archive for the ‘เว็บไซต์’ Category
Monday, March 29th, 2010 |
หากคุณเป็นคนช่างสงสัย และเคยสงสัยว่าทำไมบางเว็บไซต์ที่เปิดด้วย Firefox ตรงที่ช่อง address bar จึงมีโลโก้ แบบนี้

ไอคอน RSS
ซึ่งจะแสดงผลออกมาในรูปแบบนี้

ซึ่งจะมีแค่ในบางเว็บไซต์เท่านั้น ซึ่งจะเป็นส่วนน้อยที่จะเห็นมีแบบนี้ ซึ่งที่เห็นมีมากกับเว็บที่มีการใช้ Wordpress , SMF ซะเป็นส่วนมาก หรือ พวก Opensource ของต่างประเทศที่เวลานำมาใช้งานแล้วจะเห็นมีโลโก้แบบนี้
จริงๆแล้วมันเป็นวิธีการโปรโมท RSS (อยากรู้ว่า RSS คืออะไรตามไปอ่านได้ที่ http://th.wikipedia.org/wiki/Rss ) เพื่อให้การเรียกดู RSS ของเว็บไซต์ทำได้ง่ายมากขึ้น เพียงแค่คลิกที่ไอคอนที่ Address bar ก็จะเปิดหน้า RSS นั้นๆออกมาให้ได้ดูกันเลย ดังรูป

วิธีการสร้างดังกล่าวก็ทำง่ายๆเพียงแค่ใส่ Tag Html เข้าไปดังนี้
link rel=”alternate” type=”application/rss+xml” title=”YOUR SITE TITLE RSS Feed” href=”URL TO RSS FILE”/
ดังตัวอย่าง
<!DOCTYPE html PUBLIC “-//W3C//DTD XHTML 1.0 Transitional//EN” “http://www.w3.org/TR/xhtml1/DTD/xhtml1-transitional.dtd”>
<html xmlns=”http://www.w3.org/1999/xhtml”>
<head>
<meta http-equiv=”Content-Type” content=”text/html; charset=Tis-620″ />
<title>## MOCYC.COM ## Everything about thailand motorcycle.</title>
<link rel=”alternate” type=”application/rss+xml” title=”Mocyc.com - RSS” href=”http://www.mocyc.com/rss/news.xml” />
<style type=’text/css’ media=’all’>@import url(’styles/style.css’);</style>
และสำหรับ IE เองก็มีเช่นกันครับ หากเปิดเว็บไซต์ที่มี Tag นี้อยู่จะปรากฏไอคอนดังนี้เช่นกัน

ยังไงก็ลองดูนะครับเผื่อมันจะเป็นอีกหนึ่งวิธีที่ช่วยโปรโมท RSS ของคุณ และ โปรโมทเว็บไซต์ของคุณเอง…
Posted in มีสาระ, เว็บไซต์ | No Comments »
Thursday, December 24th, 2009 |
หลายๆคนที่ทำเว็บไซต์ แล้วชอบบ่นว่ามีการใช้ปริมาณ Bandwidth มาก กลัว Bandwidth เต็ม เพราะบางคนเช่าโฮสแบบที่กำหนด Bandwidth เช่นเดือนละ 50 GB อะไรแบบนี้เป็นต้น ทำให้กลัวเหลือเกินเรื่อง Bandwidth เกิน
ก็เลยเอาเรื่องเล่าเกี่ยวกับว่าเราจะลด Bandwidth ได้ยังไงมาฝากแล้วกัน
- เปลี่ยนจากการใช้รูปที่เป็นสีทำ Background
บางคนทำเว็บไซต์แล้วเวลาใช้ background ที่เป็นสี มีการใช้รูปมาทำ เช่น กำหนดรูปชื่อ black.jpg เพื่อนำไปเป็นพื้นหลังสีดำ ซึ่งไม่ควรทำ ควรใช้คำสั่ง CSS เพื่อดึงค่าสีมาแสดงเป็นพื้นหลังสีดำดีกว่า โดยใช้ color:#000000 แทน
- ใช้รูปนามสกุล .jpg .png ดีกว่า
เวลาทำรูปใน Photoshop แล้วจะบันทึกควรเลือกบันทึกแบบ Save for Web & Devices (Alt+Shift+Ctrl+S) เพื่อที่จะได้ขนาดไฟล์ที่เหมาะสมกับการใช้งานในเว็บไซต์ โดยควรเป็นนามสกุล .jpg .png หรือ .gif แต่ไม่ควรเป็น .bmp โดยเด็ดขาด
- ไม่ให้ผู้อื่นนำรูปไปแสดงได้
ส่วนมากคนจะนิยมเรียกว่า hotlinks สำหรับการป้องกันแบบนี้ก็คือไม่อนุญาติให้ใครเอารูปไปแปะไว้ที่เว็บอื่น หรือทำการดึงเอาลิงก์ตรงๆจากในเว็บไซต์เราไปแสดงผลที่อื่น ซึ่งก็ช่วยลด Bandwidth ได้เยอะเช่นกัน ซึ่งสามารถป้องกันได้โดยใช้ htaccess มาช่วยได้ ลองดูวิธีได้จากเว็บ altlab.com
- บีบอัดไฟล์ CSS
ไฟล์ CSS บางคนเขียนไฟล์เดียวใช้คลุมทั้งเว็บไซต์ ไม่แบ่งไฟล์เลย หรือบางครั้งไฟล์ CSS ก็ใหญ่มาก ดังนั้นควรมาทำการบีบอัดขนาดไฟล์ CSS ก่อนนำไปใช้งาน ซึ่งสามารถนำไปบีบอัดข้อมูลได้ที่ arantius.com หรือ isnoop.net
- บีบอัด HTML ด้วย GZIP
เหมือนกับ CSS ซึ่ง HTML ก็สามารถทำได้ ซึ่งหากใช้ PHP ในการทำเว็บไซต์ก็ลองใช้คำสั่งนี้ดู ลองดูวิธีการใช้ GZIP ได้ที่นี่
- งดใช้ HTML Comment
เวลาเขียนเว็บไซต์ส่วนที่เราไม่ต้องการแสดงผล หรือ บางส่วนเราอยากจะมี Comment ไว้เราก็มักจะเขียนด้วย <!– เนื้อหา –!> แต่ก็ยังคงมีการ Comment ในไฟล์ต่างๆ เช่น CSS ก็ใช้ /* Comments */ เป็นต้น ดูการ Comment ของภาษาต่างๆได้ที่นี่
- หลีกเลี่ยงการใช้ตาราง
หากว่าส่วนไหนที่สามารถใช้คำสั่ง DIV หรือ SPAN ได้ก็ควรใช้แทน TABLE แล้วนำเอา CSS มาควบคุมการทำงาน ซึ่งจะทำให้ไวขึ้นได้
- ให้ที่อยู่ของไฟล์สั้นที่สุด
ในการสร้างที่เก็บไฟล์ ไม่ว่าจะไฟล์เอกสาร หรือ ไฟล์รูปต่างๆ ไม่ควรมีความซับซ้อน หรือลึกเกินไป ซึ่งจะทำให้ต้องเขียน HTML มากขึ้น ทำให้ Bandwidth สูงตามไปด้วย เช่น /images/stories/subfolder_1/subfolder_2/subfolder_3/this_is_my_image.jpg ควรใช้แค่ /img/001.jpg
- ใช้ ALT และ TITLE ให้สั้นและกระชับ
ใน HTML เราสามารถใส่ ALT หรือ TITLE ได้ เพื่อประโยชน์หลายประการ แต่ในปัจจุบันมักจะทำเพื่อหวังผลด้าน SEO มากที่สุด ซึ่งในการลด Bandwidth เราควรทำให้สั้นและกระชับที่สุด เช่น <img src=”images/001.jpg” alt=”Picture of an elephant” title=”This is a big elephant” /> ปรับเป็น <img src=”images/001.jpg” alt=”Elephant” title=”Elephant” />
- นำไฟล์ใหญ่ๆไปฝากกับเว็บให้บริการฝากไฟล์
หากจะมีการให้ดาวน์โหลดไฟล์ต่างๆ ควรทำไปฝากกับผู้ให้บริการฝากไฟล์ เช่น RapidShare และ MegaUpload. หรือไม่ก็ 4shared
- ใช้ระบบ Cache ภายนอกสำหรับ RSS Feed
ใช้บริการสร้าง Cache RSS Feed จากภายนอก โดยสามารถเลือกใช้งานได้จาก RSS Cache และ ดูการทำงานได้ที่นี่
- ไม่ Submit เว็บของคุณลง Search Engine
ฟังแล้วดูตลกไหม แต่ก็เป็นเรื่องจริงที่อยากจะลด Bandwidth ก็ต้องงด Submit เว็บไซต์ไปยัง Search Engine เพื่อป้องกัน Search Engine เข้ามาเก็บข้อมูลในเว็บไซต์ของเรา เช่น Add your URL ของ Google
- เข้าชมได้แต่สมาชิก
เป็นไงหล่ะวิธีนี้ กำหนดไปเลยว่าเข้าชมได้เฉพาะสมาชิก มีการ login ก่อนเข้าเว็บไซต์ หรือไม่ก็เสริมด้วยเข้าชมได้เฉพาะประเทศ , ไอพี เป็นต้น รับรองลดได้เยอะทีเดียว
- ใช้งาน AJAX
อันนี้น่าสนนะสำหรับ AJAX (Asynchronous JavaScript and XML) ก็สามารถช่วยลด Bandwidth ได้มาก เพราะจะโหลดส่วนที่อัพเดท หรือ เปลี่ยนแปลงมาแสดง ไม่ต้องเปลี่ยนทั้งหน้าเว็บเป็นต้น
- และสุดท้าย อย่าให้ใครรู้จักเว็บคุณ
อาจจะดูโง่ แต่นี่แหล่ะคือวิธีประหยัด Bandwidth ที่ดีที่สุด เมื่อไม่มีใครรู้จักเว็บเรา ก็จะไม่มีคนเข้า ดังนั้นก็ประหยัด Bandwidth สุดๆไปเล๊ยยยย
ที่มา : http://www.marcofolio.net/tips/15_tips_on_how_to_save_bandwidth.html
Posted in มีสาระ, เว็บไซต์ | No Comments »
Thursday, November 12th, 2009 |
ช่วงนี้ผมกำลังจะสอบก็วุ่นวายกับการการอ่านหนังสือสอบ ก็เลยไม่ค่อยได้มีเวลามานั่งเขียน Blog นะครับ แต่ก็พอดีเมื่อราวๆ 3-4 วันก่อน ผมได้มีความต้องการที่จะทำอย่างไรกับสิ่งที่ผมได้เห็นในเว็บของผม มันก็เลยผุดออกมากลายเป็น Blog ตอนนี้ให้ได้อ่านกัน
สิ่งที่ผมเจอคืออะไร?????
ผมได้ไปเห็นข้อมูลที่ผมทำมานานแล้ว นั่นก็คือข้อมูลนี้ครับ

มันคือข้อมูลของคนที่ออนไลน์ในเว็บไซต์ในแบบ Real time ในรูปเป็นคนที่ออนไลน์ในช่วงเวลาราวๆ 9 โมงกว่าๆ หากเป็นช่วงบ่ายๆจะออนไลน์พร้อมๆกันประมาณ พันกว่าคน
แนวทางการเก็บคนออนไลน์ทำยังไง?
มันก็แล้วแต่จะเขียนโค๊ดกันแบบไหน แต่ของผมจะไม่ได้ยุ่งยากมากมายนัก ตาราง Database ก็มีแค่ 3 ฟิลล์ เท่านั้น

ก็เก็บเวลา , ไอพี และ ชื่อสมาชิก (ใครจะเก็บให้หรูกว่านี้ก็แล้วแต่ท่าน บางคนอาจจะเก็บถึงระดับของ session id ก็แล้วแต่จะทำ) ซึ่งเวลาเก็บข้อมูลผมเลือกที่จะให้เก็บข้อมูลในแบบของ Memory ซึ่งจะทำงานได้เร็วกว่าเก็บในแบบ MyISAM

เมื่อเรามีข้อมูลดิบที่จะนำไปใช้งานได้ขนาดนี้ ผมก็มาคิดว่า เราน่าจะทำอะไรที่สร้างปฏิสัมพันธ์กับผู้เข้าชมเว็บไซต์ หรือ สมาชิกเว็บไซต์ที่กำลังออนไลน์อยู่ ผมก็เลยคิดว่า ทำระบบส่งข้อความทางหน้าเว็บไปให้บรรดาคนที่ออนไลน์อยู่ในเว็บไซต์ ณ ขณะนั้นดีกว่า
เมื่อคิดแล้วก็ลงมือทำเลย โดยใช้เวลาเขียนไม่นานเลย สัก ชั่วโมงนึงก็เสร็จ (ทำไมไม่คิดทำตั้งนานแล้วหว่า) เพราะระบบในเว็บ mocyc.com มีหลายอย่างสนับสนุนการต่อยอดในครั้งนี้อยู่แล้ว เพราะในเว็บไซต์ผมมีระบบ pm ของสมาชิกอยู่แล้ว ดังนั้นในส่วนของสมาชิกผมก็เลยยิงข้อความที่ผมต้องการพูดในตอนนั้นลง pm ของสมาชิกไปเลย และหากเป็นบุคคลทั่วไผมก็ยิงข้อความไปตาม IP ของคนที่ออนไลน์อยู่ โดยจะมีการทำให้มี Alert box ขึ้นเพื่อให้ไปอ่านข้อความที่ผมส่งไป (หาวิธีเขียนโปรแกรมกันเอาเองนะครับ)

แล้วมันต่างจาก pm ยังไง ส่ง pm ไปให้สมาชิกทุกคนเลยก็สิ้นเรื่อง ???? อาจจะมีคนถามผมแบบนี้
ต่างครับ แตกต่างเพราะผมส่งให้เฉพาะคนที่ออนไลน์ ณ ขณะนั้น ดังนั้นผมสามารถที่จะพูดอะไรที่เป็นเวลา ณ ตอนนั้นได้เลย อาจจะมีการสอบถามอะไรไปในตอนนั้น แล้วให้เขาตอบผมมาได้ทันที ซึ่งจากการดู Feedback ปรากฏว่าได้ผลเป็นอย่างมาก เพราะผมได้การ Reply กลับจากสมาชิกที่ออนไลน์ในทันที ซึ่งมันทำให้เหมือนว่า เราได้ใกล้ชิดกับสมาชิกเว็บไซต์ และ ผู้เข้าชมเว็บไซต์ได้มากกว่าเดิม

มีคนตอบกลับผมมาเยอะเลย
ก็เป็นแค่ไอเดียของการทำเท่านั้นนะครับสำหรับคนที่ทำเว็บไซต์เองแล้วอยากสร้างปฏิสัมพันธ์กับ คนที่ใช้เว็บไซต์ หรือ สมาชิกก็อาจจะลองทำแนวๆนี้ได้ อาจจะไม่ใช่แนวทางที่ดีที่สุด แต่ผมว่ามันคุ้มกับที่ทำลงไปครับ
Posted in มีสาระ, เว็บไซต์ | 1 Comment »
Wednesday, June 3rd, 2009 |

ไมโครซอฟต์′ปล่อยหมัดเด็ด ส่งเสิร์ชเอ็นจิ้นน้องใหม่ “Bing” ลงสู่สนาม 3 มิ.ย.นี้ หวังเปิดศึกกับ′กูเกิล′ เบื้องต้นโฟกัส ช็อปปิ้ง, วางแผนเดินทาง, ข้อมูลด้านสุขภาพ ได้เวลาที่ไมโครซอฟท์เริ่มปล่อยหมัดเด็ดเจาะตลาดเสิร์ชอีกครั้ง ล่าสุดส่งเสิร์ชเอ็นจิ้นน้องใหม่ ภายใต้ชื่อ “Bing” เข้าสู่สนาม หวังกระตุกหนวดพี่ใหญ่ในวงการเสิร์ชอย่าง “กูเกิล”
เอเอฟพีรายงานว่า ไมโครซอฟท์ประกาศเปิดตัวเสิร์ชเอ็นจิ้น “Bing” อย่างเป็นทางการบนเวทีงาน D : All Things Digital ณ สหรัฐ เมื่อปลายเดือน พ.ค.ที่ผ่านมา โดยไมโครซอฟท์เสนอว่า Bing คือ “วิธีการใหม่สำหรับการเสิร์ชทางอินเทอร์เน็ต” โดยจะเปิดตัวให้บริการได้ตั้งแต่ 3 มิ.ย.นี้

ไมโครซอฟท์อ้างว่า www.Bing.com (เดิมชื่อ Kumo) จะเสนอประสบการณ์ในการทำงานที่เน้นฟังก์ชั่นการใช้งานที่สามารถประยุกต์ใช้ได้จริงมากกว่าเสิร์ชเอ็นจิ้นอื่นๆ ที่มีอยู่ในปัจจุบัน ทั้งในแง่ความรวดเร็ว การจัดการ และผลลัพธ์ที่เกี่ยวข้อง หรือกล่าวอีกนัยหนึ่งคือ การประมวลผลในระบบของ Bing นั้นไม่ใช่การแสดงผลเฉพาะข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับคำที่เสิร์ชอย่างเดียว แต่ยังเชื่อมโยงถึงเว็บไซต์ที่ผู้ใช้งานสามารถตัดสินใจซื้อสินค้า ช็อปปิ้ง หรือกิจกรรมอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องด้วย
อย่างไรก็ตามผู้ที่เคยได้สัมผัสการใช้งาน Bing บอกว่า การทำงานของ Bing มีความแตกต่างจากระบบเสิร์ชอื่นๆ ในปัจจุบันไม่มากนัก เช่น พิมพ์คำว่า “Haw” ในแถบการค้นหา ฟีเจอร์ “auto suggest” จะประเมินว่าผู้ใช้งานต้องการหาข้อมูลเกี่ยวกับ Hawaii และผลลัพธ์เกี่ยวข้องกับสถานที่ท่องเที่ยวใน Hawaii จะปรากฏ เป็นต้น หรือพิมพ์คำว่า “hotels in Dubai” โปรแกรมจะเสนอให้ผู้ใช้งานสามารถจองแพ็กเกจโรงแรมได้แบบเรียลไทม์
หากผู้ใช้งานต้องการผลลัพธ์ที่แคบลง คลิกไปที่ “quick tabs” จะสามารถมองหาโรงแรม ทัวร์ แผนที่ หรือไฟลต์เครื่องบินที่เกี่ยวข้องได้ รวมถึงฟีเจอร์ “price predictor” ที่จะช่วยให้ผู้ใช้งานสามารถตัดสินใจได้ว่า ช่วงเวลาไหนที่ควรจะตัดสินใจซื้อตั๋วเครื่องบินมากที่สุดด้วย มากไปกว่านั้นผู้ใช้งานยังสามารถเสิร์ชรูปภาพหรือวิดีโอผ่านการชมพรีวิวก่อนได้ โดยไม่จำเป็นต้องคลิกเพื่อลิงก์เข้าสู่เว็บไซต์
เบื้องต้น Bing จะโฟกัส 4 ส่วนที่สำคัญ คือ การช็อปปิ้ง, การวางแผนเดินทาง, การค้นหาธุรกิจในท้องถิ่นและข้อมูลด้านสุขภาพ
ซีอีโอไมโครซอฟท์กล่าวว่า ทุกวันนี้เรามีเสิร์ชเอ็นจิ้นที่ทำงานได้ดีอยู่แล้ว เพื่อช่วยเหลือผู้คนในการค้นเว็บไซต์และข้อมูลข่าวสารที่ต้องการ แต่เมื่อเราสร้าง Bing ขึ้นมานั้น เราสร้างอยู่บนพื้นฐานความเข้าใจอย่างลึกซึ้งเกี่ยวกับความต้องการใช้งานของผู้เสิร์ชจริงๆ
Bing จะเริ่มใช้งานได้ตั้งแต่วันที่ 1 มิ.ย.2552 ซึ่งผู้ใช้งานจะสามารถเสิร์ชหาข้อมูลจากระบบของ Bing ได้ จากนั้นหน้าแรกของ Bing จะปรากฏตั้งแต่วันที่ 3 มิ.ย.
“สตีฟ บัลเมอร์” ซีอีโอไมโครซอฟท์ กล่าวว่า ไมโครซอฟท์จะทุ่มอย่างหนักเพื่อโปรโมต Bing
“Bing คือก้าวแรกที่สำคัญของเรา และเป็นหนทางระยะยาวของเราในอนาคตเพื่อที่จะส่งนวัตกรรมการเสิร์ช ซึ่งจะช่วยให้ผู้คนสามารถค้นหาข้อมูลข่าวสารได้รวดเร็วขึ้น และใช้ข้อมูลข่าวสารที่พวกเขาค้นพบเพื่อทำงานให้บรรลุเป้าหมายและใช้ในการตัดสินใจอย่างฉลาด”
อย่างไรก็ตาม ประเด็นสำคัญของ Bing คือความพยายามในการขยับเข้าสู่ธุรกิจเสิร์ชของไมโครซอฟท์เพื่อต่อกรกับ “กูเกิล” คู่แข่งคนสำคัญเพื่อแย่งส่วนแบ่งตลาดเสิร์ชออนไลน์ที่กำลังรุ่งอยู่ในขณะนี้
จากรายงานของ ComScore พบว่า ปัจจุบันกูเกิลมีส่วนแบ่งการตลาดเสิร์ชในสหรัฐประมาณ 64% ขณะที่ไมโครซอฟท์มีเพียง 8% ของตลาดเท่านั้น ต่อจากยาฮู เบอร์ 2 แห่งวงการเสิร์ชที่ครองส่วนแบ่ง 21%
โดย Bing จะเข้ามาแทนที่ MSN Live Search ของไมโครซอฟท์ ที่ปัจจุบันรั้งตำแหน่งอันดับ 3 ของตลาด และอยู่ในภาวะที่กำลังอ่อนแออย่างหนัก Bing จึงถูกตั้งความหวังจากไมโครซอฟท์ว่าจะเข้ามาเป็นฮีโร่แย่งส่วนแบ่งการตลาดจากกูเกิลได้บ้าง
มากไปกว่านั้น ไมโครซอฟท์มั่นใจด้วยว่า Bing จะสามารถกระตุ้นสินค้าอื่นๆ ของไมโครซอฟท์ให้เป็นที่รู้จักและปรากฏอยู่ในผลเสิร์ชได้ ส่งผลให้ไมโครซอฟท์กำลังเร่งผลักดันสินค้าและเทคโนโลยีที่บริษัทมีอยู่มาปรากฏบน Bing เพื่อสร้างความสัมพันธ์กับผู้ใช้งานด้วย

เพราะในอดีตที่ผ่านมา ไมโครซอฟท์ถูกวิจารณ์อย่างหนักเกี่ยวกับการเสนอสินค้าที่มีความคล้ายคลึงกันภายใต้แบรนด์ที่มีอยู่เป็นจำนวนมาก เช่น MSN search, Live Search และ Windows Live Search เป็นต้น และมักสร้างความสับสนให้กับผู้ใช้งานเสมอ
“ชาร์ วานบอสเคริกค์” นักวิเคราะห์จากฟอเรสเตอร์ กล่าวว่า Bing จะทำให้ไมโครซอฟท์ก้าวขึ้นมาแข่งขันกับคู่แข่งได้ และมีแนวโน้มว่าจะสามารถดึงผู้ใช้บางส่วนจากยาฮูได้ ขณะที่การดึงผู้ใช้งานจากกูเกิลอาจจะไม่ง่ายนัก เพราะผู้ใช้งานกูเกิลเกือบทุกคนมีนิสัยติดกูเกิลมากเกินไป
“Bing ของไมโครซอฟท์จะเปลี่ยนโฉมหน้าระบบการเสิร์ช เพราะ Bing จะเน้นโฟกัสที่การส่งคำตอบมากกว่าการลิงก์ไปยังเว็บเพจ” หรือกล่าวคือ Bing จะค้นหาข้อมูลอย่างละเอียดตามเว็บไซต์ต่างๆ เพื่อสรุปข้อมูลและนำเสนอสิ่งที่ผู้ใช้งานต้องการมากกว่า
แต่ Bing จะประสบความสำเร็จสมหวังที่ไมโครซอฟท์ต้องการจริงๆ หรือไม่คงต้องจับตาดู
ทั้งนี้ข่าวความเคลื่อนไหวล่าสุดระหว่างดีลไมโครซอฟท์และยาฮูที่ปิดฉากไปเมื่อปีที่ผ่านมา ได้มีการถูกหยิบยกขึ้นมาพูดคุยอีกครั้งหลังจากยาฮูปฏิเสธข้อเสนอซื้อกิจการของไมโครซอฟท์มูลค่ากว่า 44.6 พันล้านเหรียญ
โดย “คารอล บราซ์” ซีอีโอหญิงของยาฮู กล่าวว่า บริษัทมีความเต็มใจที่จะขายบริการเสิร์ชแก่ไมโครซอฟท์ หากไมโครซอฟท์เสนอเงินก้อนโตจำนวนมากและมีเทคโนโลยีที่เหมาะสม โดยช่วงเวลาที่ผ่านมามีการพูดคุยเรื่องนี้กันบ้างเพียงเล็กน้อย
ขณะที่สตีฟ บัลเมอร์ กล่าวว่า ข้อเสนอในการควบรวมกับยาฮูนั้นได้จบไปแล้วและจะไม่เกิดขึ้นอีก แต่ยังมีความเป็นไปได้ที่จะคงความเป็นพาร์ตเนอร์ร่วมกันอยู่
http://www.matichon.co.th
Posted in มีสาระ, เว็บไซต์ | No Comments »
Friday, February 20th, 2009 |
คงจะเคยเห็นผมเขียนแนะนำว่า Google Analytics มันดีและมีประโยชน์ มากมายในการช่วยวิเคราะห์เว็บไซต์มากมายนัก ซึ่งหากให้เล่าทั้งหมดมันคงเล่าได้เป็นเดือนๆเลยทีเดียว 55+
มาคราวนี้ผมอยากจะบอกให้สำหรับคนที่ไม่เคยใช้ Google Analytics หรือ ใช้แค่ผ่านๆ ให้ลองเข้าไปดูในเมนู Content -> Site Overlay ดังรูป

มันจะเปิดหน้าใหม่มา ซึ่งในการวิเคราะห์อันนี้ผมชอบมากก็คือ มันบอกว่า ลิงค์ไหน คนคลิกกี่เปอร์เซนต์ ซึ่งหากเราวิเคราะห์แล้วก็จะสามารถเอาข้อมูลมาดูได้ว่าคนชอบเข้าไปหน้าไหนมากที่สุด โดยดูได้จากอัตราการคลิกได้ และกำหนดช่วงเวลาได้อีกด้วย

ลองดูแบบที่ขยายให้ดู


ซึ่งเป็นข้อมูลประกอบที่ดีมากๆ ซึ่งหวังว่าคนที่ใช้งาน Google Analytics จะหันเข้าไปดูบ้าง อย่างน้อยก็ทำให้ท่านๆรู้ว่าควรที่จะพัฒนาในส่วนไหนมากกว่ากัน เพื่อทำให้คนเข้าเว็บไซต์ท่านมากขึ้นๆนะครับ
Posted in มีสาระ, เว็บไซต์ | No Comments »