Archive for the ‘Forward Mail’ Category

นี่แหล่ะ มนุษย์

Saturday, August 8th, 2009 |

บังเอิญว่าไปถูกใจข้อความดีๆที่ส่งมาจากทาง Forward Mail นะครับ เลยเอามาให้ดูกัน

01.jpg

02.jpg
ผมชอบข้อความนี้แหล่ะ “หากเรารู้ว่าทำในสิ่งที่ถูก…ก็ทำไปเถอะ”

att12631.jpg

นี่แหล่ะครับ คือ คำว่า มนุษย์ …..

คนที่เกิดปี 2514-2525 มาอ่านดูนะ

Wednesday, February 11th, 2009 |

ใครเกิดก่อนก็อ่านได้นะ อ่านแล้วก็อดแอบยิ้มตามไม่ได้

1. คุณเป็นรุ่นสุดท้ายที่ได้เล่น มอญซ่อนผ้า กระโดดยาง รีรีข้าวสาร เป่ากบ ฯลฯ โดยไม่ต้องไปหาดูตามงานวัดหริองานแสดงศิลปวัฒนธรรม
2. คุณเกิดมาร้องเพลง ขอมอบดอกไม้ในสวน ได้ทัน ในยุคที่พี่แจ้ นกแล นิธิทัศน์ ยังดัง และเมื่อโตขึ้น คุณยังไม่แก่เกินไปที่จะฟัง D2B
3. คุณได้เห็นคาราบาวยุคก่อนประวัติศาสตร์ เฟื่องฟู และเสื่อมถอย
4. คุณได้เห็น ก็อต จักรพันธ์ (คนเดียวกับเจ้าชายลูกทุ่ง) ยังร้องเพลงสตริงวัยรุ่นและคณะวงดนตรีชื่อดังอย่าง แอ๊ด เทวดา
5. คุณเกิดมาทันพอดีในยุคที่รองเท้าและถุงเท้านักเรียนแลกซื้อของเล่น (หลอกเด็ก) และหลังจากหมดยุคคุณมันก็ไม่ทำมาหลอกเด็กอีกเลย
6. คุณโชคดี ที่เกิดมาทันในยุคที่เมืองไทย มีดาราเด็กชื่อดังอย่าง ตูมตาม
7. คุณโตมาพร้อมกับ โงกุน ดรากอนบอล มันอกฉายทีวีครั้งแรกปี 2529-2538 หนังสือการ์ตูนอัพเดททุกสัปดาห์ มีพิมพ์ทุกสำนักไม่มีการดอง เพราะยังไม่มีลิขสิทธิ์ อ่านแล้วไปดูช่อง 9 อีกยังมันส์ ถามเด็กผู้ชายยุคนั้นไม่มีใครไม่รู้จักพลังคลื่นเต่า กินเวลา 10 กว่าปี ถึงจะจบ (แต่เด็กรุ่นใหม่ใช้เวลาอ่านวันเดียว)
8. สุดยอดเห่งการ์ตูตนในยุคนี้ เช่น เซนต์เซย่า เจ็ทแมน จีบัน เกียบัน ชาลีบัน สึบาสะ มดแดง อุลตร้าแมน เซเลอร์มูน รันม่า 1/2 ฯลฯ มันก็เข้ามาฉายตอนเราอยู่อนุบาล-ประถม แล้วพอขึ้นมัธยมก็ค่อยๆ หายไป
9. คุณเกิดมาทันพอดี กับช่วงเกมกดให้เช่า วีดีโอเกม อาตาริ แฟมิคอม คอนทร้า ก็ ขึ้นๆ ลงๆ ซ้ายขวา ซ้ายขวา เอบี ซีเล็คสตาร์ท มาริโอเก็บเห็ดอย่างเดียว พอโตขึ้น ก็ยังไม่แก่เกินไปที่จะเล่น ทามาก็อตจิ และ Play Station ก็ วินนิ่งเลย
10. ในช่วงเริ่มเข้าสู่วัยรุ่น คุณก็โตมาพร้อมกับ RS ยุคที่นักร้องอายุไล่เลี่ยกับคุณ ออกเทป กันให้ควั่ก และคุณยังได้เห็นตำนานร็อค หรั่ง หินเหล็กไป (SMF) เสือ อิทธิ ไฮร็อค ล่มสลายไปต่อหน้าต่อตา หลังการมาของ เต๋า ทัช บอยเก๊าท์ แก๊งใจง่าย หลังจากนั้นก็เป็นยุคทองของ RS โดยแท้จริงแต่นั่นมันอดีต ยุคนี้เขาห้ามเอาของเกี่ยวกับ RS เข้าบ้าน
11. หนังไทยก็ทำมาตามวัยของคุณ แล้วมันก็มีเยอะจริงๆ อนึ่งคิดถึงฯ น้ำเต้าหู้กับครูระเบียบ ปีหนึ่งเพื่อนกัน กระโปรงบานขาสั้น โลกทั้งใบ เด็กเสเพล พอคุณโตเข้าหน่อยก็มีหนังอย่าง โอเนกาทีฟ จักรยานสีแดง แล้วที่ทำมา โดนใจคนยุคนี้จริงๆ อย่างหนังระลึกชาติ “แฟนฉัน”
12. คุณได้ซึมซับอารมณ์ และบรรยากาศของการเข้าฉายครั้งแรกของสุดยอดหนังตื่นตาตื่นใจในยุคนั้น อย่าง Terminator 2, Jurassic Park, Speed-เร็วกว่านรก (ภาคหลังอย่าได้พูด)
13. รองเท้าแตะในตำนานอย่าง Scholl (สกอลล์) ก็มาอิตที่สุดในยุคคุณนี่แหละ ใส่กันทั่วบ้านทั่วรวมถึงคุณด้วย (ร้อยละ 70 ของเด็กวัยรุ่นสมัยนั้นโดนขโมยแต๊บมาแล้ว)
14. คุณเกิดมาทันได้ดู ลิเวอร์พูล ยุคล่าอณานิคมยุค 80’s และตกเป็นเมืองขึ้นยุค 90’s จนถึงปัจจุบัน
15. ตอนมัธยมสิ่งที่ทำให้คุณบ้าบาสเกตบอลเพราะชิคาโก้บูลส์ ร็อตแมน โอนีล พิพเพน จอร์แดน และการ์ตูนสแลมดังค์ไม่ได้บ้าเพราะอยากโชว์สาว
16. มีหมากฟรั่งบุหรี่ด้วย อิ อิ กินแล้วโดนดุประจำ
17. เรียนพุทธศาสนาวันอาทิตย์
18. ดูดาวพระศุกร์.. สายโลหิต เวอร์ชั่น ศรราม สุวนันนท์
19. 10 ปีที่แล้วเจ้าขุนทองเป็นยังไง 10 ปีให้หลังเจ้าขุนทองก็ยังอยู่ มันไม่แก่ขึ้นเลย
20. คุณได้เห็นยุคที่นักเตะฟุตบอลไทยยังเป็น Dream Team จนปัจจุบันเป็น ฝันค้าง
21. 3 หนุ่ม 3 มุม: กบ แท่ง มอส
22. Packlink, 1145 ใช้ส่งข้อความ เป็นไรที่ วัยรุ่น Hit Hot
23. มุข นายก ชวน ยังเล่นได้เสมอ “เอ่อ ผมคิดว่า… ในกรณีนี้ เรายังไม่ควรรีบด่วน…ตัดสินใจ ควรจา…ยืดวาระ ในการ พิณา…… ออกไปซัก 10 ชาติก่อน”
24. แผ่น CD ยังราคา 250 บาท… ทั้ง Grammy และ RS
25. เจ้าพ่อเซียงไฮ้… ฉายแล้วฉายอีก… ไม่รู้ทำไมเจ้าพ่อมันลูกดกเหลือเกิน… ดนตรีเปิดตัว มาพร้อมกับท่าเดินอันเป็นเอกลักษณ์ พร้อมชุด สูท สวมหมวก… เท่จริงๆ…
26. หนังจีน… เล่นไพ่ โคตรสารพัดเทคนิค ในการโกง คนตัดคน ภาค 1 2 3 พระเอกต้องโง่ก่อน แล้วมาเก่งสุดๆ ได้อาจารย์ที่เก่งกว่าตัวโกง… แต่ถูกโกงแล้วมาถ่ายทอดฝืมือให้ลูกศิษย์
27. หนังจีนทุกเรื่อง มีประโยคอิต “ใครฆ่าท่านพ่อ…ท่านแม่…อาจารย์” “แก้แค้น 10 ปีไม่สาย” “บุณคุณต้องทดแทน แค้นนี้ต้องชำระ” “ข้าน้อยมีตาหามีแววไม่” “ข้าน้อยสมควรตาย” ก่อนตาย เพื่อนพระเอก หรือนางเอก จะร้อง…โอ้ว…(หายใจไม่ออก) ใกล้ตายเต็มทน แต่ยังยืดเยื้อไปได้อีกหลายซีน… ยุคนั้นบูมมากสำหรับ ดาบมังกรหยก ศรราม เล่นเรื่อง เหินฟ้า ตะวันชิงพลบ เบิร์ด ยังโฆษณาฟิลม์ โกดัก โหว่ โว โว เย๊……… (ท่อนหลัง เข้าใจว่าเป็นภาษาอารบิก ฟังไม่รู้เรื่อง)
28. ทำบัตรประชาชน มีออกใบเหลือง อีก 3 เดือน มารับ… รูปที่ได้มาติดบัตร… แมร่ง… ใช่กรู เหรอวะ
29. ไม่มีรายการ “ถึงลูก ถึงคน” เจอแต่ “มาตามนัด” “ฝันที่เป็นจริง” “ตาวิเศษเห็นนะ” ฯลฯ
30. เขาทรายดิ… เก่งที่สุด… ดูต่อยมวยทีไรชนะทุกที
31. เราได้ดูมังกรหยกทุกภาค ทุกเวอร์ชั่น ทั้งจอแก้ว จอเงิน
32. เราได้กินไอติมแท่งตราจรวดแถวบ้าน นอกจากนั้นยังได้กินไอติมถั่วดำ เผือก ตราหมิแพนด้าด้วย
33. เราได้เรียนรู้พร้อมกับมานี มานะ ปิติ วีระ เพชร ชูใจ จันทร ฯลฯ เจ้าแก่ สีเทา ด้วย
34. เราได้ดูอิคคิวซังตั้งแต่ยังเด็กยันโต ทำไรต้องนั่งมาทิ ให้หมองก่อนปิ๊ง
35. เราทันอ่านศริธนนท์ชัยกับความเจ้าเล่ห์แกมโกงของเขา
36. เราได้ดูหนัง จักรๆ วงศ์ๆ ทั้งช่อง 3 จ.-ศ. และช่อง 7 ส.-อ. ขวานฟ้าหน้าดำ หอยสังข์ แก้วหน้าม้า สุดยอด
37. เราได้ดู ขวัญเรียม บ้านทรายทอง แหวนทองเหลือง มนต์รักอสูร ผยอง ฯลฯ ที่ทำซ้ำไปซ้ำมา
38. เราเล่น Game Boy ตั้งแต่ เวอร์ชั่นแรก จนถึงปัจจุบันอันเล็ก

ใครอ่านแล้วตรงมากกว่า 20 ข้อ แก่จังถ้าเกิดหลังช่วง พ.ศ. เหล่านี้ แต่ถ้าตรงมากกว่า 20 ข้อ ก็แสดงว่า แก่เหมือนกันแหละ 555 อ่านซ้ำไปซ้ำมาไม่รู้กี่ครั้ง ได้รับความนิยมอยู่

ไข่สุกได้ด้วยมือถือ โอ้ว!!!!!!!

Monday, December 15th, 2008 |

125106_0.jpg

บังเอิญไปอ่านเจอในเว็บฝรั่งมาครับในการเอาไข่มาทำให้สุกด้วยมือถือ

โดยวิธีก็เอาโทรศัพท์ 2 เครื่องมาครอบไข่ไว้ แล้วใช้เครื่องทั้ง 2 เครื่องโทรหากัน รังสีของโทรศัพท์จะทำให้โปรตีนในไข่สุกได้ โดยอาการของไข่จะเป็นแบบนี้

15 นาทีแรกยังไม่มีอะไรเกิดขึ้นกับไข่
25 นาที ไข่จะเริ่มอุ่นๆ
45 นาทีไข่ร้อนแล้วครับ
65 นาที ไข่จะสุก กินได้เลยครับ

russian3.jpg

เป็นไงบ้างหล่ะ แบบนี้ใครที่ชอบคุยโทรศัพท์นานๆจะรู้ซึ้งถึงการถูกทำลายของสมองของท่านหรือยังครับ…

http://www.buditi.com/article-view.php?articleid=132

ปตท. พลังไทยเพื่อใคร?

Wednesday, June 25th, 2008 |

เรื่องนี้เป็นเรื่องที่ส่งต่อกันมาทาง Email ซึ่งข้อมูลจากที่ผมดู และ จากที่เคยมีโอกาสทำงานที่เกี่ยวกับการอนุรักษ์พลังงานมาเกือบ 10 ปี ก็พอรู้ได้ว่าข้อมูลนี้ค่อนข้างจริงเลยทีเดียว ลองมาอ่านกันดูครับ

“เรื่องของราคาน้ำมันเชื้อเพลิงในประเทศไทย ไม่ว่าเป็น ดีเซล เบนซิน แก๊สโซฮอล
NGV หรือ LPG ต่างก็ยังไม่ได้ลอยตัวครับ ถ้าให้ลอยตัวเหมือนกันหมดราคาเชื้อเพลิงที่
กล่าวถึงก็คงจะขึ้นราคา แต่คงไม่เกิน 3 บาทต่อลิตรครับ แต่ที่ ปตท. ซึ่งไม่ใช่หน่วย
งานของรัฐ เป็นบริษัทเอกชน เช่น เอสโซ เชลล์ มาออกข่าวว่าต้องขึ้นราคาแก๊ส LPG
อีก 11 บาทนั้น เขาอ้างอิงจากราคาตลาดโลก แต่ประเทศไทยผลิตได้เองส่วนหนึ่งจาก
แหล่งผลิตในประเทศ และจากการกลั่นน้ำมันดิบ

ประเทศในยุโรป ไต้หวัน เกาหลี อินเดีย และอีกหลายประเทศ รัฐบาลเขามีนโยบาย
สนันสนุนผู้ใช้แก๊ส ทั้ง NGV และ LPG ไม่ว่าจะเป็นภาคอุตสาหกรรม ในครัวเรือน หรือ
ในการขนส่ง ด้วยสาเหตุที่ว่า แก๊ส LPG และ NGV เป็นเชื้อเพลิงสะอาด (clean
fuel) หรือพลังงานสะอาด (clean energy) ลดมลภาวะในอากาศที่เกิดจากการใช้
เชื้อเพลิงประเภทเบนซินหรือดีเซล ประโยชน์ที่ได้รับจากการสนับสนุนตรงนี้คุ้มกว่าผล
เสียที่ก่อให้เกิดทางสังคม เช่นโรคทางเดินหายใจ หรือโรคอื่นๆ มาก หลายประเทศ
รัฐบาลเขาออกมาประกันราคา NGV และ LPG ว่าจะไม่ขึ้นภายในเวลาหนึ่ง เพื่อส่ง
เสริมให้ประชาชนเขาลงทุนติดตั้งระบบแก๊สในรถยนต์

ในประเทศไทย การใช้แก๊ส LPG ในรถยนต์มีมามากกว่า 20 ปีเท่าทีผมจำความได้
หรือมากกว่านั้น ถ้าจำไม่ผิดรัฐบาลเองในยุคก่อนมีนโยบายส่งเสริมการใช้ LPG เหมือน
กับประเทศอื่นๆ ด้วยซ้ำ

แต่มาในยุค ปตท. แปรสภาพจากรัฐวิสาหกิจที่เป็นสมบัติของคนทั้งประเทศ ไปเป็นบริษัท
เอกชนที่อยู่ในตลาดหลักทรัพย์ (ด้วยการขายหุ้นราคาถูกกว่าราคาจริงเบื้องต้น เปรียบ
เสมือนเอาสมบัติของประเทศมาขายในราคาต่ำกว่าราคาจริง ให้กับพวกพ้องคนรวยไม่กี่
ตระกูล) รัฐบาลกับมีนโยบายสนับสนุนการใช้ NGV ในรถยนต์ โดยให้คำมั่นว่าจะคง
ราคา NGV ไว้ที่ กก. ละ 8.50 บาท ส่วน LPG ที่เคยส่งเสริมนั้นไม่พูดถึง แต่มา
เร็วๆ นี้ ปตท. และ รัฐบาล ออกมาอ้างว่าต้องขึ้นราคา LPG เพราะอุ้มสุดตัว และบีบ
ผ่านทาง ปตท. ไม่ให้เกิดปั้มแก๊ส LPG หรือด้วยวิธีการอื่นๆ และจะขึ้นราคา NGV อีก

… ทีนี้มาตอบข้อสงสัยว่าทำไม ปตท. หรือรัฐบาล ผ่านกระทรวงพลังงาน สนับสนุน
การใช้ NGV สุดตัว และพยายามบีบให้เลิกใช้ LPG มีดังนี้

1. ปตท. เป็นผู้ผูกขาดธุรกิจ NGV แต่ผู้เดียวในประเทศไทย ไม่มีการแข่งขัน
2. ปตท. รับซื้อแก๊สธรรมชาติ (natural gas) จากพม่าผ่านทางท่อส่งมายังราชบุรี
ซึ่งการวางท่อส่งแก๊สนี้ทำให้เกิดปัญหากระทบกระเทือนสภาพแวดล้อม ซึ่งเป็นการลงทุน
ของคนไทยทั้งประเทศ ไม่ใช่ผู้ถือหุ้นรายใหญ่ของ ปตท. ที่เรารู้กันอยู่ ปตท. จำเป็น
ต้องขาย NGV ให้มากที่สุดเพื่อคุ้มกับเงินที่ต้องจ่ายให้พม่าเป็นค่าแก๊ส
3. ปตท. ต้องแสดงผลประกอบการเป็นกำไร เพื่อให้ผู้ถือหุ้น (ใหญ่) พอใจ เพื่อให้ผู้
บริหาร ปตท. ได้อยู่ในตำแหน่ง ได้รับผลประโยชน์เป็นเงินเดือนค่าจ้าง สวัสดิการ ที่
สูงลิ่ว
4. นักการเมืองที่ดูแลกระทรวงพลังงาน เป็นอดีตพนักงานระดับสูงของ ปตท.
5. ปตท. สนับสนุนการใช้ NGV ด้วยการโฆษณา ประชาสัมพันธ์ และการสนับสนุนราคา
ถังแก๊ส NGV จำนวนหนึ่ง แต่ไม่ยอมลงทุนสร้างปั้มแก๊ส NGV ให้ทั่วประเทศ และระบบ
ส่งแก๊ส NGV ไม่สามารถหาผู้ร่วมลงทุนจากเอกชนรายอื่นๆ ได้ เพราะเขารู้ว่าไม่คุ้มค่า
ทางเศรษฐกิจ เป็นเหตุผลทางการเมืองและผลประโยชน์ของ ปตท. เอง (ขอย้ำว่า
ไม่ใช่ผลประโยชน์ต่อสังคม) อีกทั้งข้อจำกัดทางเทคนิค ไม่เป็นที่นิยมของผู้ใช้รถยนต์เท่า
LPG ปตท. จึงต้องหามาตรการอื่นมาบีบ

การที่ ปตท. ทำอย่างนี้ เป็นเรื่องที่เข้าใจเพราะเป็นบริษัทเอกชน ย่อมหาหนทางใดๆ
ก็ได้เพื่อให้ได้กำไรสูงสุดเป็นประโยชน์ต่อผู้ถือหุ้น (ขอย้ำอีกครั้งว่า ไม่ใช่ผลประโยชน์
ของสังคม) แต่การที่ภาครัฐผ่านทางกระทรวงพลังงานเลือกปฏิบัติโดยสนับสนุนการใช้
NGV ในรถยนต์สุดตัว โดยไม่สร้างโครงสร้างพื้นฐานให้ เช่น ระบบการส่งแก้ส NGV
ปั้มแก๊ส NGV และบีบการใช้ LPG ในรถยนต์ ถือว่าไม่เหมาะสม รัฐบาลควรให้ข้อมูลกับ
ประชาชนอย่างถูกต้องถึงผลได้ผลเสียต่อสังคมของการใช้พลังงานทางเลือก และควร
กำกับดูแลไม่ให้บริษัทเอกชนบริษัทใดบริษัทหนึ่งเอาเปรียบสังคม

เรื่อง ปตท. บีบไม่ให้ตั้งปั้มแก๊ส LPG เป็นเรื่องจริงครับ เมื่อ 26 ธ.ค. 48 ผมคุยกับ
เจ้าของกิจการโรงบรรจุแก๊สแห่งหนึ่งในภาคเหนือ เขาบอกว่าค่าการตลาดจากการขาย
แก๊ส LPG สูงคุ้มค่ากับการลงทุนเปิดปั้มแก๊สเติมรถยนต์มากกว่าการเปิดปั้มเบนซิน ดีเซล
แต่ ปตท. บีบไม่ให้ตั้ง มิฉะนั้นจะไม่ส่งแก๊ส LPG ให้ และแก๊สที่มาส่งก็มาจากแหล่งผลิต
ในประเทศที่ลานกระบือนี่เอง ส่วนการตั้งปั้มแก๊ส NGV เขาไม่กล้าลงทุน เพราะแพง
มาก มีรถยนต์ใช้น้อยไม่คุ้ม และมีอุปสรรคเรื่องระบบขนส่งแก๊ส NGV

… ทีนี้มาตอบข้อสงสัยว่าทำไม ปตท. หรือรัฐบาล ผ่านกระทรวงพลังงาน สนับสนุน
การใช้ NGV สุดตัว และพยายามบีบให้เลิกใช้ LPG
LPG สามารถกลั่นจาก น้ำมัน(ซึ่งมีต้นทุนสูงนำเข้า) และก๊าซธรรมชาติ
(ซึ่งมาจากอ่าวไทยของเราเอง)
NGV (ก๊าซมีเทน)ได้จากการแยกก๊าซธรรมชาติซึ่งมีอยู่ประมาณ 66 mol% LPG
(c3+c4) 6 mol% แล้วทำไมจะไม่ควรสนับสนุนการใช้ NGV จะซื้อน้ำมันต่างชาติมาก
ลั่นทำไม

อ้างอิงข้อมูลของกระทรวงพลังงานที่เป็นข้อมูลราชการ ที่
http://www.eppo.go.th/info/T25.html

เรานำเข้า natural gas ปี 2005 156,733 bbl/day จากปริมาณการใช้
568,742 bbl/day หรือ 27.55 % ของการใช้ในประเทศไทย ซึ่งก็คือนำเข้าจาก
พม่า เสียเงินตราต่างประเทศให้พม่า

ข้อมูลการส่งออก LPG ครับ จากกระทรวงพลังงาน ตาราง 34 ที่
http://www.eppo.go.th/info/T34.html
ไทยส่งออก LPG ปี 2005 เฉลี่ยเดือนละ 150 ล้านลิตร เป็นอัตราที่เพิ่มขึ้น 8.5 %
จากปี 2004 (นั่นคือส่งออก LPG มากขึ้น) ขณะที่ปริมาณแก้ส LPG ที่ใช้ในรถยนต์ของ
ไทยประมาณปีละ 100 ล้านลิตร หรือแค่ 10% ของแก้ส LPG ที่ส่งออกทั้งปี ยังมีเหลือ
อีกมากสำหรับสนองความต้องการในประเทศซึ่งส่วนใหญ่ใช้ในครัวเรือนและอุตสาหกรรม

LPG ได้มาจากสามแหล่งครับ คือ หนึ่ง เป็นผลพลอยได้จากการกลั่นน้ำมันดิบทำเบนซิน
ดีเซล ถ้าไม่ใช้ก็ต้องเผาทิ้ง สอง ปนมากับน้ำมันดิบที่ขุดได้จากบ่อน้ำมันหรือแก้ส ถ้าไม่
ใช้ก็ต้องเผาทิ้ง สาม กลั่นจากแก้สธรรมชาติ (natural gas) ส่วน NGV ได้มาจาก
การกลั่นจากแก้สธรรมชาติ

NGV เหมาะสำหรับรถสาธารณะขนาดใหญ่เนื่องจากอุปกรณ์ยุ่งยากราคาสูงและต้องใช้ถัง
แก้สความดันสูงจำนวนมาก

จากการศึกษารายงานนโยบายการใช้พลังงานของ APEC ที่ไทยเป็นสมาชิกหนึ่งในยี่สิบ
เอ็ดประเทศ ไทยเป็นประเทศเดียวที่จำกัดการใช้ LPG และส่งเสริม NGV ในรถยนต์
ทั้งๆ ที่ผลิต LPG ได้เกินความต้องการต้องส่งออกไปขาย และยังต้องสั่งแก้สธรรมชาติ
จากพม่าเป็นปริมาณประมาณหนึ่งในสี่ของการใช้ในประเทศ

ฮ่องกง เกาหลีใต้ ญี่ปุ่น ไต้หวัน ออสเตรเลีย ต่างส่งเสริมและสนับสนุนการใช้แก้ส
LPG ในรถยนต์ ด้วยมาตรการทางภาษีและสนับสนุนราคา LPG ให้ต่ำกว่าเบนซิน ดีเซล
ประมาณครึ่งหนึ่ง ประเทศที่กล่าวมายกเว้นออสเตรเลียต่างต้องนำเข้า LPG ไม่มีแหล่ง
เองเหมือนประเทศไทย

ฮ่องกงเอง ได้เปลี่ยนให้รถแทกซี 90 เปอร์เซ็นต์มาใช้แก้ส LPG ด้วยการให้เงิน
สนับสนุน และกำลังมีโปรแกรมใหม่ที่จะเปลี่ยนรถบัสเล็ก 5,000 คันมาใช้แก้ส LPG
(ย้ำ LPG) ด้วยเงินสนับสนุนและมาตรการส่งเสริมของรัฐบาล

เราผลิต LPG ได้ปีละประมาณ 3,200 ล้านลิตร
ส่งออกประมาณ 800 ล้าน (25%)
ใช้กับยานยนต์ (แบบเว่อร์ๆ 2 เท่าเลย) 200 ล้านลิตร

ที่เหลืออีก 2,200 ล้านลิตร หายไปไหนครับ???

ไปอยู่ภาคครัวเรือน ให้ประชาชนใช้หุงต้ม 1,000 ล้าน
อยู่ภาคอุตสาหกรรม ทำอาหาร ทำแก้ว หลอมโลหะ ฯลฯ อีก 1,200 ล้าน

แล้วไอ้ที่มาโกหกปาวๆๆๆ ว่า รถยนต์ใช้แกส ทำให้โครงสร้างพลังงานเสียหาย เพราะ
รัฐฯ ต้องชดเชยถึงกิโลละ 11 บาท .. หรือลิตรละ 6 บาท (มาได้งัยก็ไม่รู้) .. ชด
เชยให้ใครกัน?

ชดเชยให้คนใช้รถ .. 200×6 = 1,200 ล้าน
ชดเชยให้คนทำกับข้าวกิน .. 1,000×6 = 6,000 ล้าน (สาธุ)
ชดเชยให้พ่อค้านายทุน ผลิตสินค้า = 1,200×6 = 7,200 ล้าน (ก็ .. ยังดี .. ของ
จะได้ไม่แพง)
ชดเชยให้กับการส่งออก 800×6 = 4,800 ล้าน!!!!!

บ.น้ำมัน ไม่รวยพุงปลิ้นวันนี้ ก็ไม่รู้จะพูดงัยแล้ว…

เบนซิน91 หรือเบนซิน95 ต้องนำเข้าน้ำมันดิบ 100 %
แก๊สโซฮอล นำเข้าเป็นน้ำมันดิบเพื่อกลั่นเป็นเบนซิน 90 % และยังเป็นเอธานอลส่วน
หนึ่งที่เราผลิตไม่พอ ดังนั้นเท่ากับนำเข้ามากกว่า 90 % แต่รัฐบาลโปรโมตสุดลิ่มทิ่ม
กบาล
LPG ไม่ต้องนำเข้าเพิ่มเติม ได้จากกระบวนการกลั่นน้ำมันดิบส่วนหนึ่ง กับแยกจากแก๊ส
ธรรมชาติของไทยหรือพม่าอีกส่วนหนึ่ง มีเหลือขายต่างประเทศ
ลองใช้หัวแม่เท้าคิดดูก็แล้วกันครับ

ใช้เบนซิน 100 ล้านลิตร หรือแก๊สโซฮอล 90ล้านลิตร ก็ต้องนำเข้าน้ำมันดิบในจำนวนที่
มากกว่า
ใช้ LPG 100 ล้านลิตร ไม่ต้องนำเข้าน้ำมันดิบเพิ่มขึ้นเพราะจากกระบวนการกลั่นเหลือ
ใช้จนต้องขายต่างประเทศ
การนำLPG 100 ล้านลิตรมาใช้แทนน้ำมัน เมื่อเทียบกับการใช้เบนซิน 90ล้านลิตร หรือ
เบนซินในแก๊สโซฮอล 80กว่าลิตรแบบไหนจะเสียเงินตราของชาติมากกว่ากัน
(ให้อัตราสิ้นเปลืองLPGมากกว่าประมาณ 10 %)แบบไหนประหยัดเงินตราของชาติ
มากกว่ากัน ต่อให้คิดโดยเสมอภาคนั่นคือหากชดเชยก็ชดเชยเท่ากัน หรือไม่ชดเชยก็ต้อง
ไม่ชดเชยเหมือนกัน ค่าการตลาดต่อลิตรเท่ากัน
***จุดที่จะประหยัดเงินตราต่างประเทศมากที่สุดคือ จุดที่มีจำนวนผู้ใช้ LPG มากขึ้นจน
แทบไม่มีเหลือส่งออก เพราะเราก็ไม่ต้องนำเข้าน้ำมันดิบมากกว่าเดิม
หากจำนวนคนที่ใช้ LPG เพิ่มขึ้นจากเดิมจนถึงจุดที่เราแทบไม่เหลือ LPG ส่งออกนอกนั้น
ใช้เบนซินหรือโซล่า หรือแม้แต่แก๊สโซฮอลก็ตาม จะต้องนำเข้าน้ำมันดิบอีกเท่าไหร่

อย่าเพิ่งไปกลัวเลยครับ ผมว่าที่ปตท ออกมาขู่เรื่องราคาแก๊ส lpg ว่าราคาจะลอยตัว
ราคาที่แท้จริงต้องบวกเพิ่มอีก 9บาท ต่อลิตร ตกลิตรละ18บาท สงสัยจะเป็นอุบาย
ของปตท ที่จะทำให้คนที่คิดจะติดlpg ลังเลใจแล้วมาติด ngvแทน เพราะปัจจุบัน ngv
ขายไม่ออก ที่เขาบอกว่าlpg ราคาขึ้นเป็น600ดอลล่า/ตัน ถ้าวิเคราะห์ดูดีๆ ตันหนึ่งมี
1000 กก 1กกมี1.8ลิตร 1ตันเท่ากับ 1800ลิตร 600ดอลล่าเท่ากับ 24000บาท คิด
แล้วลิตรหนึ่งตก 13บาทกว่าเท่านั้นเอง นี่ยังไม่รวมถึงแหล่งที่มาของราคาที่เขาใช้เป็น
ราคากลางด้วยว่า600ดอลล่า/ตัน มาจากที่ไหน ที่อื่นที่ถูกกว่านี้ก็มี เช่นซื้อมะม่วงแถว
ต่างจังหวัด ราคาย่อมถูกกว่าที่ไปซื้อที่สีลมอยู่ดี อีกอย่างlpg เราก็ผลิตได้เองบางส่วน
จะมาอ้างราคาตลาดโลกได้อย่างไร ทำไมไม่ตั้งราคาขาย มะม่วงทุเรียน และผลผลิต
ทางการเกษต ที่เราผลิตได้ในประเทศ ให้มีราคาสูงเหมือนที่ขายในญี่ปุน ในอเมริกาละ
โดยอ้างราคาตลาดโลกบ้าง ขายทุเรียนลูกละซัก2000บาทไปเลยซิ คิดว่าประชาชนโง่
เหมือนควายเหรอครับ รัฐบาลอย่ามาขูดรีดขูดเนื้อประชาชนเลยครับ

นี้คือสิ่งที่กำลังเกิดขึ้นในปัจจุบันนี้ ขอให้ทุกท่านร่วมหาทางแก้ไขอีกทั้ง รัฐบาลเราคงหวัง
เพิ่งพาอาศัยไม่ได้แล้ว “

Editor's Talk!

สวัสดีคนที่หลงเดินทางเข้ามายัง Blog ของผม อาจจะด้วยความไม่ตั้งใจ หรือ ตั้งใจเข้ามาก็ตาม ก่อนอื่นผมก็ต้องขอออกตัวก่อนว่า Blog ของผมมันจะมีสาระบ้าง หรือ ไม่มีสาระเลย ก็แล้วแต่อารมณ์ช่วงไหนอยากเขียนอะไร อย่าเหมาว่า Blog ผมจะต้องมีแต่ความรู้เหมือน Blog ของคนอื่นๆ นะครับ
สำหรับ Blog นี้ ผมสามารถใช้คำพูดใดๆก็ได้ตามที่ผมเห็นสมควร เพราะมันคือ Blog ของกู(ผม) บางครั้งผมเขียนไปกระทบใครก็ขออภัยไว้ ณ. ที่นี้ด้วย ก็ไม่มีอะไรมากครับ ขอบคุณที่เข้ามาอ่าน Blog ของผมนะครับ

นายแม็ค

ค้นหา :