Archive for the ‘คำคม กินใจ’ Category
Monday, July 5th, 2010 |
ชีวิตคู่ที่มั่นคง อบอุ่นไปด้วยความรักความเข้าใจ เป็นแหล่งพลังกายและพลังใจอันสำคัญให้เรายืนหยัดอยู่ได้อย่างมีความสุข ด้วยหลักการง่ายๆ คือ ยกย่อง ยินยอม ยืดหยุ่น แยกแยะ และยืนหยัด
ปัจจุบันในสภาวะสภาพแวดล้อมที่การดำเนินชีวิตนั้นยากลำบากกว่าในอดีต ครอบครัวที่มั่นคงเต็มเปี่ยมด้วยความรัก ความเข้าใจ เป็นเสมือนขุมพลังหล่อเลี้ยงและสร้างแรงใจให้เราสามารถยืนหยัดอยู่ได้อย่าง มีความสุขและมีความหวังเพื่ออนาคต ในการส่งเสริมความสัมพันธ์ของชีวิตคู่ยุคใหม่หลักการ “5″ ย. จึงเป็นหลักเบื้องต้นของครอบครัว
ยกย่อง
สำหรับคู่ชีวิตการยกย่องให้เกียรติกันและกันมีความสำคัญเป็นอันดับต้นๆ การรู้จักยกย่องคู่ชีวิตบนพื้นฐานของข้อเท็จจริงทั้งต่อหน้าและลับหลังนั้น จะทำให้สามารถอยู่ร่วมกันได้อย่าง ราบรื่นไม่มีปัญหา แม้ไม่รู้ว่าจะใช้วาจาพูดยกย่องอย่างไร เบื้องต้นคือต้องไม่นำเอาสามีหรือภรรยาไปพูดคุยอย่างสนุกปาก เพราะหากใครได้ยินจะเข้าใจว่าสามีภรรยาคู่นี้ไม่ให้เกียรติกันและกัน
ยินยอม
รู้จัก ยินยอม เออออ ตามใจอีกฝ่ายหนึ่งบ้าง เพราะคน 2 คนที่มาจากที่ต่างกัน แล้วมาใช้ชีวิตอยู่ด้วยกัน ย่อมมีสักครั้งหรือหลายครั้งที่มีความคิดเห็นไม่ลงรอยกัน ในขณะที่การอยู่ร่วมกันนั้นมีหลายเรื่อง ที่ทั้งคู่จำเป็นต้องตัดสินใจร่วมกัน ถ้าต่างคนต่างถือเหตุผลของตัวเองเป็นใหญ่ ไม่มีใครยอมใคร มุ่งแต่จะเอาชนะ ชีวิตคู่แบบนี้คงอยู่กันไม่ยืด
ยืดหยุ่น
ในการใช้ชีวิตคู่ ยิ่งอยู่ด้วยกันนาน ยิ่งรู้จักกันมากขึ้น และมีเรื่องราวต่างๆ ผ่านเข้ามาในชีวิตกันและกันมากขึ้น ตอนอยู่กันใหม่ๆ อะไรๆ ก็พอทนได้พออยู่นานเข้าที่เคยทนได้ ก็เริ่มจะทนไม่ได้รับไม่ได้ขึ้นมา เพราะเจอเรื่องเดิมๆ ซ้ำซาก ความจริงชีวิตคู่ยิ่งอยู่นานก็ยิ่งต้องมีการยึดหยุ่นให้แก่กันและกันมากกว่า รักกันแรกๆ ต้องรู้จักประนีประนอมยอมความและผ่อนปรน
แยกแยะ
การใช้ชีวิตทั้งในส่วนที่เป็นชีวิตส่วนตัวและชีวิตคู่ มักมีเรื่องราวต่างมาปะปนจนแยกไม่ออก ถ้าเป็นเรื่องเล็กน้อยนั่นนิดนี่หน่อยปะปนกันก็ยังพอมองข้าม แต่บางเรื่องเป็นเรื่องที่ปนกันไม่ได้ เช่น เรื่องงานกับเรื่องส่วนตัวบางคนหงุดหงิดจากที่ทำงานกลับมาบ้านพาลหงุดหงิด กับภรรยาที่บ้านหรือมีปัญหาที่บ้านแล้วไปโวยวายกับเพื่อนร่วมงานหรือลูกน้อง อาจส่งผลให้เกิดปัญหาได้ทั้งที่บ้านและที่ทำงาน ภรรยาบางคนโทรเช็คสามีตลอดวันเป็นการรบกวนสมาธิในการทำงานแทนที่จะซาบซึ้ง ว่ารักและห่วงใยอาจทนไม่ไหวต้องแยกทางกัน
ยืนหยัด
ไม่ว่าจะเกิดปัญหาใดขึ้นก็ตาม กำลังใจเป็นสิ่งสำคัญที่สุด ความปรารถนาที่จะมีความสุขสดชื่นตลอดไปในชีวิตคู่ต้องมีใจที่จะยืนหยัด ต่อสู้ด้วยกันจะสุขจะทุกข์ก็ต้องร่วมกันฟันฝ่า ใครท้อแท้หรือล้มลงก็ต้องช่วยดึงกันให้ลุกขึ้นยืนใหม่อย่างมั่นคงเข้มแข็ง ให้ได้
เพราะความสัมพันธ์ที่ยอดเยี่ยมสร้างได้จากความรัก ความเข้าใจ และไว้ใจซึ่งกันและกัน รักนั้นจึงจะยืนยาว
ความรักเริ่มต้นได้ไม่ยาก แต่การที่จะให้มันดำเนินไปให้นานที่สุดนั้นยากจริง
ขอบคุณข้อความดีๆจาก วัดปราสาทวนาราม
ลองคิดดูซิว่าชีวิตคู่ของเรานั้นได้ยึดหลักพวกนี้ไว้บ้างหรือยัง ขอให้โชคดีในชีวิตคู่นะ…
Posted in คำคม กินใจ , ไร้สาระ | No Comments »
Thursday, June 10th, 2010 |
มีผู้ใจดีซื้อส้มชั้นดีคัดพิเศษ 9 ลูก ราคา 45 บาท
แล้วจากนั้นก็แจกให้กับคนกลุ่มหนึ่ง …
ส้มผลแรก
อยู่กับขอทาน ขอทานผู้นั้นแกะทานแค่ครึ่งหนึ่ง แล้วอีกครึ่งหนึ่งก็ ขว้างทิ้งไปอย่างไม่แยแส แล้วก็บ่นว่า ” ทุเรศจัง … ให้มาได้แค่ส้มผลเดียว “
ส้มผลที่สอง
อยู่กับลูกของผู้ใจดี ลูกของผู้ใจดีนั้นก็แกะทานทันที เมื่อทานหมดผลแล้ว
ก็พูดว่า … ” ส้มนี้อร่อยดีนะ ”
ส้มผลที่สาม
อยู่กับแม่ของผู้ใจดี แม่ของผู้ใจดีนี้ นำส้มที่ได้ไปคั้นเป็นน้ำส้มแล้วแช่ตู้เย็นไว้
เมื่อกระหาย จึงนำมาดื่ม … ” แหมม..น้ำส้มนี้ชื่นใจดีจริง ”
ส้มผลที่สี่
อยู่กับร้านขายของชำ เจ้าของร้านขายของชำก็นำส้มผลนี้ ไปคั้นเป็นน้ำส้ม
เหยาะเกลือนิด เติมน้ำตาลหน่อย ปรุงได้ที่แล้วก็นำไปใส่แก้ว แช่ไว้ในตู้แช่
เมื่อมีคนเดินผ่านมาเปิดตู้แช่ แล้วหยิบน้ำส้มแก้วนั้นมาทาน เมื่อทานเสร็จ ก็นำแก้วเปล่านั้นวางไว้ที่ตู้แช่ …
” เท่าไหร่ครับ ”
” 10 บาท ครับ ”
ส้มผลที่ห้า
อยู่กับพ่อค้าน้ำผลไม้ พ่อค้าน้ำผลไม้ก็นำส้มผลนี้ ไปคั้นเป็นน้ำส้ม เหยาะเกลือนิด
เติมน้ำตาลหน่อย ปรุงได้ที่แล้วก็นำไปใส่ขวดพลาสติก แช่ไว้ในตู้น้ำแข็งบนรถเข็น
แล้วเดินเข็นจำหน่ายไปเรื่อยๆ มีคนหนึ่งเดินสวนมา เรียกให้หยุด เสร็จแล้วก็เปิดตู้น้ำแข็ง ก็ชี้เอาน้ำส้มขวดนั้น คนขายหยิบน้ำส้มขวดนั้น เปิดหยิบหลอดพลาสติกเสียบให้ หนึ่งหลอดแล้วส่งให้คนๆนั้น …
” เท่าไหร่ครับ ”
” 20 บาท ครับ ”
และคน ๆ นั้นก็ถือขวดพลาสติกบรรจุน้ำส้มนั้นเดินจากไป
ส้มผลที่หก
อยู่กับร้านอาหารแห่งหนึ่งบนห้างสรรพสินค้าชั้นนำย่านลาดพร้าว เจ้าของร้านอาหารแห่งนี้ก็นำส้มผลนี้ไปคั้นเป็นน้ำส้ม เหยาะเกลือนิด เติมน้ำตาลหน่อย ปรุงได้ที่แล้วก็นำไปใส่แก้วแล้วแช่ไว้ในตู้เย็น วันนั้นมีหนุ่มสาวคู่หนึ่งเดินเข้ามา เจ้าของร้านจึงเชื้อเชิญ และหาที่นั่งให้
ฝ่ายหญิง … ” น้ำส้มแก้วหนึ่ง ค่ะ ”
ฝ่ายชาย … ” กาแฟ ร้อน ครับ ”
เจ้าของร้านจึงนำน้ำส้มที่คั้นไว้นำมาใส่แก้วใบใหม่ แก้วใบนี้มีลักษณะทรงสูง รอบๆ แก้ว มีรูปหัวใจ ดวงเล็ก ๆ น่ารัก สีแดงติดอยู่ ภายในแก้วใบนั้นมีหลอดพลาสติกเสียบอยู่ ตรงปลายหลอดนั้นงอได้ แต่เจ้าของร้านไม่ได้มาเสริฟเอง
แต่มีเด็กเสริฟใส่เสื้อเชิ๊ตสีขาว กระโปรงสีดำมาเสริฟ แทน เมื่อทานเสร็จ …
เช็คบิล … น้ำส้มแก้วนี้ 50 บาท
ส้มผลที่เจ็ด
อยู่กับภัตตาคารแห่งหนึ่งแถวริมฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยา ครั้งนี้ส้มผลนี้ถูกปรุงแต่งโดยบาร์เทนเดอร์มือหนึ่งของร้าน น้ำส้มคั้นที่ได้นั้นถูกปรุงแต่งและเก็บรักษาไว้ในตู้แช่อย่างดีและในวันนั้น มีชายหญิงคู่หนึ่งเดินเข้าภัตตาคารนั้นมา และมีความประสงค์ที่จะลงเรือล่องแม่น้ำเจ้าพระยาเพื่อชมทิวทัศน์ในยามค่ำคืนด้วย
ฝ่ายหญิง … ” น้ำส้มคั้นแก้วหนึ่งค่ะ ”
และแล้วน้ำส้มคั้นแก้วที่วางอยู่ตรงหน้าหญิงสาวผู้นั้น
ถูกเสริฟโดย บริกรในชุดประจำร้านที่เป็นเอกลักษณ์ของร้านนั้น แก้วที่ใช้เป็นทรงสูงมีก้านสำหรับจับ หลอดเป็นหลอดพลาสติกใสตรงปลายหลอดงอได้ สิ่งที่โดดเด่นนั้นอยู่ตรงที่บริเวณขอบปากแก้วนั้น มีส้มที่ถูกฝานเป็นวงกลมเสียบอยู่ เมื่อเรือจะเข้าเทียบฝั่ง … สิ่งที่ปรากฎในบิลนั้น … 100 บาท เป็นราคาของน้ำส้มแก้วนี้
ส้มผลที่แปด
อยู่กับคลับเฮาซ์สุดหรูย่านปทุมธานี และเช่นเดียวกันส้มผลนี้ไว้ถูกทำเป็นน้ำส้มคั้นเหมือนกัน ถูกปรุงแต่งโดยบาร์เทนเดอร์มือหนึ่ง น้ำส้มคั้นที่ได้นั้นถูกปรุงแต่ง และเก็บรักษาไว้ในตู้แช่อย่างดีเช่นเดียวกัน ในค่ำคืนนั้นมีงานราตรีของกลุ่มสาวไฮโซกลุ่มหนึ่ง และหนึ่งในนั้นก็สั่ง … ” น้ำส้มคั้นหนึ่ง ”
… น้ำส้มคั้นแก้วนี้ถูกเสริฟโดยบริกรหนุ่มหน้าตาคมสันคนหนึ่ง มาในชุดทักซิโดที่ตัดด้วยผ้ามูนอย่างดี สิ่งที่อยู่บนฝ่ามือของบริกรหนุ่มคนนั้น คือ ถาดสีเงิน บนถาดนั้นมีแก้วน้ำส้มคั้นตั้งอยู่ แก้วที่บรรจุน้ำส้มคั้นใบนี้ ป็นแก้วคริสตัลทรงสูงเจียรนัยอย่างดี
เป็นแก้วที่สั่งทำเป็นพิเศษตรงขอบปากแก้วมีส้มกลีบหนึ่งที่ถูกแกะสลักเป็น รูปนกตัวหนึ่งเกาะ(เสียบ)อยู่ที่ปากแก้วนั้น หลอดที่ใช้เป็นหลอดแก้วใส บนถาดใบนั้นที่มาพร้อมแก้วคริสตัล มีสลิปบัตรสมาชิกคลับเฮาซ์แนบมาด้วย … 300 บาท
… ก่อนที่หญิงผู้นั้นจะจดปากกาเซ็นลงไป
ส้มผลที่เก้า
อยู่กับโรงแรมแห่งหนึ่งย่านริมฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยาและเช่นเดียวกันส้มผลนี้ไว้ถูกทำเป็นน้ำส้มคั้ เหมือนกัน ถูกปรุงแต่งโดยบาร์เทนเดอร์มือหนึ่ง น้ำส้มคั้นที่ได้นั้นถูกปรุงแต่ง และเก็บรักษาไว้ในตู้แช่อย่างดี ค่ำคืนนี้ ห้องอาหารชั้น Sky Top มีโอกาสต้อนรับหนุ่มสาวชาวต่างประเทศคู่หนึ่งที่เลือกสถานที่แห่งนี้เป็นที่ดินเนอร์ เนื่องในโอกาสฉลองสมรส และเลือกเมืองไทยเป็นที่ฮันนีมูน เมื่อหาที่นั่งในห้องอาหารแห่งนี้ได้แล้ว ณ มุมมองตรงนั้น สามารถมองเห็นทิวทัศน์ของเกาะรัตนโกสินทร์อย่างชัดเจนตลอดจนสายน้ำที่ทอดยาวของลำน้ำเจ้าพระยา เมื่อทอดสายตามองยาวออกไป จะมองเห็นสะพานแขวนที่ถูกประดับประดาไปด้วยแสงไฟอย่างสวยงาม หลังจากพักผ่อนอิริยาบทสักพักหนึ่งแล้ว ฝ่ายหญิงจึงกล่าวกับบริกรว่า
… ” Orangeade ” …
และฝ่ายชายว่า … ” American Expresso ” …
สักพักบริกรที่อยู่ในชุดไทยสมัยรัตนโกสินทร์ตอนต้นท่านนั้นกลับมา พร้อมกับกาแฟร้อน และน้ำส้มคั้นแก้วหนึ่ง แก้วนั้นเป็นแก้วคริสตัลอย่างดี ตรงฐานแก้ว และขอบปากแก้วเคลือบด้วยทอง 18 เค ถัดจากฐานรองแก้วตรงขอบที่เคลือบทองขึ้นมา
และถัดจากขอบที่เคลือบทองที่ปากแก้วลงมาถูกเจียรนัยตกแต่งอย่างดี เมื่อแสงไฟตกกระทบถูกแก้วเจียรนัยใบนี้จะเป็นประกายแวววับ ยิ่งภายในใช้บรรจุน้ำส้มคั้นด้วยแล้วยิ่งทำให้โดดเด่นยิ่งขึ้น ตรงกลางของแก้วใบนี้ มีตราสัญลักษณ์ของโรงแรมแห่งนี้ติดอยู่เป็นเคลือบทอง 18 เค เช่นเดียวกัน หลอดที่ใช้เป็นหลอดแก้วใส
ตรงปลายได้ขดเป็นเกลียว ตรงขอบปากแก้วมีดอกกล้วยไม้ที่มีชื่อว่า ” ช้างเผือก ” เสียบอยู่ เมื่อแสงไฟที่เป็นหลอด Black Light ส่องมากระทบกับ ” ช้างเผือก ” ดอกนี้จะเกิดเป็นสีขาวเรือง ๆ ขึ้นมาอย่างสวยงามบริกรโค้งคำนับก่อนที่จะเสริฟ และโค้งคำนับเมื่อเสริฟเสร็จแล้ว หลังจากที่หนุ่มสาวคู่นี้ดื่มด่ำกับบรรยากาศในค่ำคืนนี้พอสมควรแล้ว ฝ่ายชายจึงกล่าวกับบริกรขึ้นว่า … ” Cash Please “ บริกรโค้งคำนับ
ก่อนที่จะเดินไปที่แคชเชียร์ Ticket ที่ออกมา … Orangeade 500 Baht …
ส้มเหมือนกัน ราคาโดยเฉลี่ยแล้วผลละ 5 บาทเหมือนกัน อาจจะเป็นพันธุ์เดียวกัน ต้นเดียวกัน อยู่กิ่งก้านเดียวกัน หรือ อาจจะอยู่ช่อเดียวกันด้วยซ้ำไป แต่ทำไมมูลค่าของส้มถึงต่างกันมากมาย หรือว่าเป็นเพราะเวลาและสถานที่ต่างกัน
ช่วงเวลา สถานการณ์ และสถานที่ที่ต่างกันนั่นแหละ
เป็นตัวกำหนดมูลค่าของส้ม และ … ของตัวคุณเอง !!!!
บ่อยครั้งที่เราเคยท้อแท้กับงาน การตกงาน คนรอบข้าง ครอบครัว
หรือแม้กระทั่ง กับ ตัวเราเอง แต่อยากจะบอกว่า …ขอให้อดทนเพราะช่วงเวลานี้ … มันไม่ใช่ของเรา
ส้มนั้นถูกคนเป็นผู้กำหนดจนทำให้มีมูลค่าแบบนั้น แล้วทำไม…
เราไม่กำหนดมูลค่าของตัวเราขึ้นมาบ้างหละ
ณ วันนี้เราอาจจะมีมูลค่าไม่ถึงครึ่งของส้มที่ขอทานกินแล้วโยนทิ้งไป
แต่เชื่อแน่ว่า หากเราได้ตัดสินใจแล้วว่า…
ทางเดินเส้นนี้เราได้ตัดสินใจเลือกที่จะเดินแล้ว
จงตั้งมั่นและก้าวต่อไป อดทนเพื่อรอเวลาของเรา
ไม่แน่นะว่า มูลค่าของเราอาจจะมากมายเกินกว่าที่เราจะคาดคิดก็เป็นไป
ขอขอบคุณ : http://variety.teenee.com/foodforbrain/27080.html
Posted in คำคม กินใจ , ไร้สาระ | No Comments »
Wednesday, April 21st, 2010 |
อาจารย์คนหนึ่งชวนลูกศิษย์เดินไปตามชายหาด ช่วงหนึ่งของการสนทนา
อาจารย์ใช้ไม้เท้าขีดเส้นสองเส้นลงไปบนผืนทราย เป็นเส้นคู่ขนาน ยาว 5 ฟุต และ 3 ฟุต ตามลำดับ
อาจารย์กล่าวว่า “เธอลองทำให้เส้น 3 ฟุต ยาวกว่าเส้น 5 ฟุต ให้ดูหน่อยสิ”
ลูกศิษย์หยุดคิดครู่หนึ่ง แล้วตัดสินใจลบรอยเส้นที่ยาว 5 ฟุตนั้นให้สั้นลงจนเหลือเพียง 1 ฟุต จึงทำให้เส้น 3 ฟุตโดดเด่นขึ้นมา แล้วศิษย์ก็สบตาอาจารย์พลางขอความเห็นว่า “เช่นนี้ ใช้ได้หรือยังครับ”
อาจารย์เขกหัวศิษย์เบา ๆ แล้วบอกว่า
“คนที่คิดจะยกตนเองให้สูงขึ้นโดยการทำร้ายคู่แข่งนั้นไม่ใช่วิธีที่ดี ดังนั้นถ้าเลือกใช้วิธีนี้ชีวิตเธอก็มีแต่จะล้มเหลวไม่พัฒนาทางที่ดีควรเลือกวิธีที่จะยกตัวเองขึ้น โดยไม่ไปลดคนอื่นลง”
แล้วอาจารย์ก็ขีดเส้น 2 เส้นให้เท่าเดิม คือ 3 ฟุต และ 5 ฟุต แล้วอาจารย์ก็สาธิตให้ดู
ด้วยการขีดเส้น 3 ฟุตให้ยาวขึ้นเป็น 10 ฟุต แล้วกล่าวว่า
“จงอย่าคิดว่าคู่แข่งของเธอคือศัตรูแต่ให้คิดว่าเป็นครูของเธอ ที่เธอจะต้องพัฒนาตนเองให้เทียบเท่าหรือดีกว่า”
เขาคือคนสำคัญที่จะทำให้เธอได้ก้าวไปข้างหน้าอย่างสง่างาม หากไร้คู่แข่งแล้วเราจะรู้ได้อย่างไรว่าตัวเองมีศักยภาพในการทำงานขนาดไหน ไม่มีอัปลักษณ์ก็ไม่รู้จักสวยงาม
นักสู้ที่ดีมักชื่นชมคู่ต่อสู้ที่เข้มแข้ง เพราะคู่ต่อสู้ที่อ่อนแอจะทำให้ชัยชนะของเขาไม่ยั่งยืนยง
ดังนั้นเมื่อได้พบกับคู่แข่งที่แกร่งและฉลาดล้ำ ก็ยิ่งทำให้เรารู้จักขยับตัวเองขึ้นไปให้สูงส่งยิ่งขึ้น
คนที่พยายามจะเลื่อนตัวเองขึ้นไป โดยการฆ่าน้อง ฟ้องนาย และขายเพื่อนถึงแม้จะทำให้สำเร็จ แต่นั่นก็เป็นความสำเร็จที่ปราศจากเกียรติคุณไม่อาจเอ่ยอ้างได้อย่างเต็มภาคภูมิ
การเลื่อนตัวเองขึ้นไปโดยวิธีที่ไม่ชอบธรรม กับการเลื่อนตัวเองขึ้นไปโดยปล่อยให้คนอื่นได้ก้าวไปตามวิถีทางของเขาอย่างเสรีนั้น ย่อมมีผลลัพธ์ที่ต่างกัน
การเลื่อนตัวเองขึ้นพร้อมกับลดคนอื่นลง เธออาจจะชนะ แต่ก็มีศัตรูเป็นของแถมแต่การเลื่อนตัวเองขึ้นโดยไม่ลดคนอื่นลง เธออาจเป็นผู้ชนะ พร้อมกับมีเพื่อนแท้เพิ่มขึ้นมากมาย
และหนึ่งในนั้นอาจเป็นคู่แข่งหรืออดีตศัตรูของเธอเองด้วยเป็นสังคมแห่งความสำเร็จบนพื้นฐานของมิตรภาพโดยแท้
ขอขอบคุณข้อมูลจาก : http://www.pattanakit.net/index.php?lay=show&ac=article&Id=471019&Ntype=128
Posted in คำคม กินใจ , ไร้สาระ | No Comments »
Sunday, December 7th, 2008 |
การเดินไปยังจุดหมายหนึ่งนั้น มีมากมายหลายทางที่คนเราจะก้าวไปถึงจุดหมายได้ หลากหลายเส้นทางของชีวิตที่จะก้าวไปยังจุดหมายจุดนั้น ระยะทางบางสายอาจจะเดินทางไปได้อย่างรวดเร็ว แต่ก็เป็นเส้นทางเดิมๆที่เดินทางตลอดเวลา อาจจะใช้เวลาในการเดินทางถึงจุดมุ่งหมายที่แสนสั้น แต่สิ่งที่ต้องพบเจอก็คือ บนเส้นทางที่ใครๆก็ต้องการเดินทางไปนั้นก็ย่อมมีการจราจรที่ขวักไขว่ พรุกพร่าน อันตราย คู่แข่งบนท้องถนน มากมาย
การที่จะเดินแต่เส้นทางเดิมๆก็จะพบเจอแต่เรื่องเดิมๆ คนเดิมๆ แต่ทริปอินทนนท์ในครั้งนี้ ผมเลือกเส้นทางที่ทุกคนไม่เคยพบเจอ ไม่เคยไป เพื่อได้พบกับสิ่งแปลกใหม่ หลายคนอาจจะท้อในเส้นทางที่แสนลำบาก แต่นั่นแหล่ะคือ สัจธรรม ของชีวิต ไม่มีหนทางใดที่โรยด้วยกลีบกุหลาบ อุปสรรค์ที่ได้พบเจอในวันนี้ มันก็แค่เสี้ยวหนึ่งของชีวิตเราเท่านั้นเอง จงเดินไปในเส้นทางที่เราเดินทางให้มีความสุข มองสิ่งที่เราพบเห็นให้เป็นเรื่องที่มีความสุข
เวลาผมเดินทางในเส้นทางใหม่ๆที่ไม่เคยได้เจอะเจอ ผมจะมีความสุขไปกับมัน ถึงแม้ว่ามันจะเป็นระยะทางที่แสนจะยาวไกล แต่ก็แลกมาด้วยประสบการณ์ที่เราไม่เคยได้พบเจอ ได้เห็นในสิ่งที่คนอื่นไม่เห็น ได้มีเรื่องไปเล่าให้คนอื่นๆฟังว่าเส้นทางที่เราได้เดินไปนั้น มันมีทั้งสุข และ ทุกข์แบบไหนบ้าง
ผมเป็นคนที่ชอบพบเจอความลำบาก เพราะมันจะทำให้เรามีความสุขเวลาที่เราทำมันได้สำเร็จ ผมไม่ชอบหนทางที่สุขสบาย ทำอะไรก็ราบรื่น เพราะมันทำให้ผมขี้เกียจ และไม่อยากจะจดจำ
หากเราเลือกเดินทางในหนทางที่สะดวกสบาย เราคงไม่ได้พบเจอกับเพื่อนของเราที่ต้องล้ม แต่ก็ยังสู้ เพื่อนที่ร่วมเดินทางในหนทางที่ลำบากมาด้วยกัน หากเดินทางในหนทางที่โรยด้วยกลีบกุหลาบ เราคงไม่มีเรื่องที่สนุก ตื่นเต้น ให้จดจำ และมานั่งเล่ากันให้สนุก เฮฮา น้ำตาไหลกันได้
ชีวิตของเราก็เช่นกัน วันใดที่ท่านเดินทางด้วยความยากลำบาก และท่านทำมันได้สำเร็จ ท่านจะมีเรื่องดีๆเล่าให้คนที่ท่านรัก เพื่อน หรือ แม้แต่ลูกของท่านฟังในชีวิตของท่านในวันนี้
ทริปนี้ไม่ได้ บังเอิญ แต่เป็นทริปที่ผม จงใจ หลายๆคนในวันนี้อาจจะมีเรื่องให้คิดในหนทางเดินของท่านเอง ว่าจะเดินไปทางไหน ทำไมเส้นทางชีวิตมันลำบาก ไม่แน่ไม่นอน นั่นคือเสี้ยวหนึ่งในชีวิตของท่านเท่านั้น ซึ่งผมก็เคยผ่านมันมาแล้ว ทริปนี้จะเป็นทริปสุดท้ายหรือไม่ผมไม่ทราบได้ แต่ทริปนี้จะเป็นทริปที่น่าจดจำ ไม่ว่าจะจำในเรื่องที่สนุก หรือ เรื่องที่แสนทุกข์ทรมานก็ตาม แต่ผมเชื่อว่าเวลาที่เอ่ยถึง อินทนนท์ ท่านจะต้องจดจำทางอันแสนทุกข์ทรมานเส้นทางนี้ไว้ในหัวใจของท่านตลอดไป
Posted in คำคม กินใจ , ไร้สาระ | No Comments »
Thursday, June 12th, 2008 |
ไม่มีไรมากครับ ไปดูกันเอานะครับ
เจ๋งดีครับ ไอเดียจ๊าบ
Posted in คำคม กินใจ , ไร้สาระ | No Comments »