Archive for the ‘ไร้สาระ’ Category
Wednesday, July 14th, 2010 |
การที่เราจะคบหาหรือรู้จักใครสักคน ไม่ว่าจะในฐานะอะไรก็ตาม สิ่งหนึ่งที่ควรท่อง ควรจำไว้อยู่เสมอก็คือ คน เป็นสิ่งมีชีวิต ที่มีทั้งด้านบวก และด้านลบ อยู่ในนั้น
อย่าตั้งใจกับคน 1 คนมากเกินไป
เพราะไม่มีใครอยากเป็นต้นเหตุของความล้มเหลว
อย่าคาดหวังกับ คน 1 คนมากเกินไป
เพราะไม่มีใครสามารถเป็นทุกอย่าง ที่ทุกคนอยากให้เป็น
อย่าให้เวลากับคน 1 คนมากเกินไป
เพราะไม่ว่าใครก็อยากมีช่วงเวลาของความเป็นส่วนตัวคนเดียว
อย่าพยายามเปลี่ยนแปลงคน 1 คนมากเกินไป
เพราะนั่นจะทำให้เค้าไม่หลงเหลือความเป็นตัวของตัวเอง
อย่าควบคุมชีวิตคน 1 คนมากเกินไป
เพราะมนุษย์มักจะหาวิธีการแทรกตัว เพื่อออกมาจากกฎที่ถูกกำหนด
อย่าบีบบังคับคน 1 คนมากไปกว่านี้
เพราะถ้าคนๆนั้น หลุดจากภาวะบีบบังคับมาได้ คุณจะกลายเป็นคนที่ถูกหันหลังให้ในทันที
รักในสิ่งที่เขาเป็น ดีที่สุด
เรื่องจริงดีๆขอขอบคุณ http://nuning.exteen.com/20060809/entry
หากคุณได้อ่านบทความนี้หรือส่งให้ใครอ่านจะสามารถพิสูจน์ตัวคุณหรือคนที่อ่านได้ว่าเป็นแบบไหน
- หากคนที่อ่านแล้วรู้สึกเหมือนโดนว่า หรือมีคนกำลังว่าให้เรา แสดงว่าคุณได้ทำตามข้อต่างๆเหล่านี้กับคนที่คุณกำลังคบด้วย
- หากคนที่อ่านแล้วรู้สึกเห็นด้วยกับบทความนี้ แสดงว่าคุณโดนคนที่คุณคบด้วยกระทำสิ่งเหล่านี้กับคุณอยู่
รักษามิตรภาพ ความรัก ความเข้าใจ กันไว้ให้ดีๆนะครับ
Posted in คำคม กินใจ, ไร้สาระ | No Comments »
Monday, July 5th, 2010 |
ชีวิตคู่ที่มั่นคง อบอุ่นไปด้วยความรักความเข้าใจ เป็นแหล่งพลังกายและพลังใจอันสำคัญให้เรายืนหยัดอยู่ได้อย่างมีความสุข ด้วยหลักการง่ายๆ คือ ยกย่อง ยินยอม ยืดหยุ่น แยกแยะ และยืนหยัด
ปัจจุบันในสภาวะสภาพแวดล้อมที่การดำเนินชีวิตนั้นยากลำบากกว่าในอดีต ครอบครัวที่มั่นคงเต็มเปี่ยมด้วยความรัก ความเข้าใจ เป็นเสมือนขุมพลังหล่อเลี้ยงและสร้างแรงใจให้เราสามารถยืนหยัดอยู่ได้อย่าง มีความสุขและมีความหวังเพื่ออนาคต ในการส่งเสริมความสัมพันธ์ของชีวิตคู่ยุคใหม่หลักการ “5″ ย. จึงเป็นหลักเบื้องต้นของครอบครัว
ยกย่อง
สำหรับคู่ชีวิตการยกย่องให้เกียรติกันและกันมีความสำคัญเป็นอันดับต้นๆ การรู้จักยกย่องคู่ชีวิตบนพื้นฐานของข้อเท็จจริงทั้งต่อหน้าและลับหลังนั้น จะทำให้สามารถอยู่ร่วมกันได้อย่าง ราบรื่นไม่มีปัญหา แม้ไม่รู้ว่าจะใช้วาจาพูดยกย่องอย่างไร เบื้องต้นคือต้องไม่นำเอาสามีหรือภรรยาไปพูดคุยอย่างสนุกปาก เพราะหากใครได้ยินจะเข้าใจว่าสามีภรรยาคู่นี้ไม่ให้เกียรติกันและกัน
ยินยอม
รู้จัก ยินยอม เออออ ตามใจอีกฝ่ายหนึ่งบ้าง เพราะคน 2 คนที่มาจากที่ต่างกัน แล้วมาใช้ชีวิตอยู่ด้วยกัน ย่อมมีสักครั้งหรือหลายครั้งที่มีความคิดเห็นไม่ลงรอยกัน ในขณะที่การอยู่ร่วมกันนั้นมีหลายเรื่อง ที่ทั้งคู่จำเป็นต้องตัดสินใจร่วมกัน ถ้าต่างคนต่างถือเหตุผลของตัวเองเป็นใหญ่ ไม่มีใครยอมใคร มุ่งแต่จะเอาชนะ ชีวิตคู่แบบนี้คงอยู่กันไม่ยืด
ยืดหยุ่น
ในการใช้ชีวิตคู่ ยิ่งอยู่ด้วยกันนาน ยิ่งรู้จักกันมากขึ้น และมีเรื่องราวต่างๆ ผ่านเข้ามาในชีวิตกันและกันมากขึ้น ตอนอยู่กันใหม่ๆ อะไรๆ ก็พอทนได้พออยู่นานเข้าที่เคยทนได้ ก็เริ่มจะทนไม่ได้รับไม่ได้ขึ้นมา เพราะเจอเรื่องเดิมๆ ซ้ำซาก ความจริงชีวิตคู่ยิ่งอยู่นานก็ยิ่งต้องมีการยึดหยุ่นให้แก่กันและกันมากกว่า รักกันแรกๆ ต้องรู้จักประนีประนอมยอมความและผ่อนปรน
แยกแยะ
การใช้ชีวิตทั้งในส่วนที่เป็นชีวิตส่วนตัวและชีวิตคู่ มักมีเรื่องราวต่างมาปะปนจนแยกไม่ออก ถ้าเป็นเรื่องเล็กน้อยนั่นนิดนี่หน่อยปะปนกันก็ยังพอมองข้าม แต่บางเรื่องเป็นเรื่องที่ปนกันไม่ได้ เช่น เรื่องงานกับเรื่องส่วนตัวบางคนหงุดหงิดจากที่ทำงานกลับมาบ้านพาลหงุดหงิด กับภรรยาที่บ้านหรือมีปัญหาที่บ้านแล้วไปโวยวายกับเพื่อนร่วมงานหรือลูกน้อง อาจส่งผลให้เกิดปัญหาได้ทั้งที่บ้านและที่ทำงาน ภรรยาบางคนโทรเช็คสามีตลอดวันเป็นการรบกวนสมาธิในการทำงานแทนที่จะซาบซึ้ง ว่ารักและห่วงใยอาจทนไม่ไหวต้องแยกทางกัน
ยืนหยัด
ไม่ว่าจะเกิดปัญหาใดขึ้นก็ตาม กำลังใจเป็นสิ่งสำคัญที่สุด ความปรารถนาที่จะมีความสุขสดชื่นตลอดไปในชีวิตคู่ต้องมีใจที่จะยืนหยัด ต่อสู้ด้วยกันจะสุขจะทุกข์ก็ต้องร่วมกันฟันฝ่า ใครท้อแท้หรือล้มลงก็ต้องช่วยดึงกันให้ลุกขึ้นยืนใหม่อย่างมั่นคงเข้มแข็ง ให้ได้
เพราะความสัมพันธ์ที่ยอดเยี่ยมสร้างได้จากความรัก ความเข้าใจ และไว้ใจซึ่งกันและกัน รักนั้นจึงจะยืนยาว
ความรักเริ่มต้นได้ไม่ยาก แต่การที่จะให้มันดำเนินไปให้นานที่สุดนั้นยากจริง
ขอบคุณข้อความดีๆจาก วัดปราสาทวนาราม
ลองคิดดูซิว่าชีวิตคู่ของเรานั้นได้ยึดหลักพวกนี้ไว้บ้างหรือยัง ขอให้โชคดีในชีวิตคู่นะ…
Posted in คำคม กินใจ, ไร้สาระ | No Comments »
Friday, June 25th, 2010 |
ผมว่าคุณๆคงเคยมีอะไรที่เคยอยากได้เมื่อยามเด็กๆ หรือ ยามวัยรุ่น เหมือนผม และตอนนี้คุณเคย ไขว่คว้า เอามันมาให้ได้บ้างหรือไม่ บางคนอาจจะไขว่ขว้ามา บางคนอาจจะลืมไปแล้วว่าสมัยก่อนนั้นเราเคยอยากได้อะไร
ผมชอบมอเตอร์ไซค์มาตั้งแต่ขี่มอเตอร์ไซค์เป็น รถคันแรกในชีวิตก็คือ Honda Nova RS Super ซึ่งเป็นรุ่นตามในรูป (รูปแทน)

แต่หากคุณอยู่ในวัยขนาดผม ในสมัยก่อนนู้น คุณคงจะรู้จักรถพวก Honda NSR 150 , Kawasaki KR , Yamaha TZR , Suzuki RG Gamma อะไรประเภทนี้ ซึ่งเป็นรถที่โดนใจวับรุ่นผู้ชายเป็นอย่างมาก ใครมีขี่นี่รับรองสาวตรึม รวมไปถึงผมที่ก็อยากได้รถแนวๆนี้ แต่ด้วยฐานะทางบ้านที่ไม่ได้เป็นคนร่ำรวยอะไรก็เลยไม่มีจะขี่ รถที่ผมอยากได้ตอนนั้นก็คือ Kawasaki Serpico ครับ หน้าตาก็ดังรูป

ซึ่งมันก็เนิ่นนานมานับ 10 กว่าปีแล้วครับจากความอยากได้ในสมัยนั้น มาจนถึงตอนนี้ รถที่เราเคยอยากได้ในสมัยวัยรุ่นที่ราคาเกือบ 8 หมื่นบาท ณ.ตอนนี้ หาซื้อได้ในสนนราคาไม่ถึง 15,000 บาท ผมไม่รีรอครับคิดอยากที่จะได้ Kawasaki Serpico สักคันเพื่อเอามาสานฝันในวัยเด็กที่ขาดหายไปของเรา เลยพยายามหาซื้อรถรุ่นนี้ครับ โดยหาจากในเว็บอื่นๆ และในเว็บตัวเอง จนต้องลงประกาศห
และแล้วก็มีคนที่หยิบยื่นเจ้า Kawasaki Serpico ให้จากการนั่งคุยกันทาง MSN ไม่ถึงชั่วโมง วันรุ่งขึ้นเขาก็จัดแจงส่งรถมาให้ผมจาก กทม. มายังเชียงใหม่ โดยไม่เอาเงินสักแดงเดียว ขอบคุณเป็นอย่างสูงที่ทำให้ผมทำตามฝันที่อยากทำ

ซึ่งในตอนนี้กำลังอยู่ในกระบวนการของการเช็คเครื่องยนต์โดย เซนต์มอเตอร์ เชียงใหม่ เพื่อเตรียมสภาพของเครื่องยนต์ให้พร้อมใช้งานและออกทริปต่างๆ และก็จะได้นำไปโอนชื่อเป็นของผมอยู่ และ จัดแจงต่อทะเบียนที่ขาดไปแล้ว 1 ปี สำหรับหน้าตามันจะเป็นอย่างไรเมื่อทำเสร็จแล้วก็ค่อยๆตามกันไปนะครับ อาจจะนานสักหน่อย เพราะจะค่อยๆทำไปครับ
ลองดูรูปของคนที่ชอบใน Kawasaki Serpico แล้วได้ปลุกผีมาใช้กันไปพลางๆก่อนนะครับ



ไงไว้รอติดตามชมกันต่อไปนะครับ
Posted in งานอดิเรก, ไร้สาระ | No Comments »
Thursday, June 10th, 2010 |
มีผู้ใจดีซื้อส้มชั้นดีคัดพิเศษ 9 ลูก ราคา 45 บาท
แล้วจากนั้นก็แจกให้กับคนกลุ่มหนึ่ง …
ส้มผลแรก
อยู่กับขอทาน ขอทานผู้นั้นแกะทานแค่ครึ่งหนึ่ง แล้วอีกครึ่งหนึ่งก็ ขว้างทิ้งไปอย่างไม่แยแส แล้วก็บ่นว่า ” ทุเรศจัง … ให้มาได้แค่ส้มผลเดียว “
ส้มผลที่สอง
อยู่กับลูกของผู้ใจดี ลูกของผู้ใจดีนั้นก็แกะทานทันที เมื่อทานหมดผลแล้ว
ก็พูดว่า … ” ส้มนี้อร่อยดีนะ ”
ส้มผลที่สาม
อยู่กับแม่ของผู้ใจดี แม่ของผู้ใจดีนี้ นำส้มที่ได้ไปคั้นเป็นน้ำส้มแล้วแช่ตู้เย็นไว้
เมื่อกระหาย จึงนำมาดื่ม … ” แหมม..น้ำส้มนี้ชื่นใจดีจริง ”
ส้มผลที่สี่
อยู่กับร้านขายของชำ เจ้าของร้านขายของชำก็นำส้มผลนี้ ไปคั้นเป็นน้ำส้ม
เหยาะเกลือนิด เติมน้ำตาลหน่อย ปรุงได้ที่แล้วก็นำไปใส่แก้ว แช่ไว้ในตู้แช่
เมื่อมีคนเดินผ่านมาเปิดตู้แช่ แล้วหยิบน้ำส้มแก้วนั้นมาทาน เมื่อทานเสร็จ ก็นำแก้วเปล่านั้นวางไว้ที่ตู้แช่ …
” เท่าไหร่ครับ ”
” 10 บาท ครับ ”
ส้มผลที่ห้า
อยู่กับพ่อค้าน้ำผลไม้ พ่อค้าน้ำผลไม้ก็นำส้มผลนี้ ไปคั้นเป็นน้ำส้ม เหยาะเกลือนิด
เติมน้ำตาลหน่อย ปรุงได้ที่แล้วก็นำไปใส่ขวดพลาสติก แช่ไว้ในตู้น้ำแข็งบนรถเข็น
แล้วเดินเข็นจำหน่ายไปเรื่อยๆ มีคนหนึ่งเดินสวนมา เรียกให้หยุด เสร็จแล้วก็เปิดตู้น้ำแข็ง ก็ชี้เอาน้ำส้มขวดนั้น คนขายหยิบน้ำส้มขวดนั้น เปิดหยิบหลอดพลาสติกเสียบให้ หนึ่งหลอดแล้วส่งให้คนๆนั้น …
” เท่าไหร่ครับ ”
” 20 บาท ครับ ”
และคน ๆ นั้นก็ถือขวดพลาสติกบรรจุน้ำส้มนั้นเดินจากไป
ส้มผลที่หก
อยู่กับร้านอาหารแห่งหนึ่งบนห้างสรรพสินค้าชั้นนำย่านลาดพร้าว เจ้าของร้านอาหารแห่งนี้ก็นำส้มผลนี้ไปคั้นเป็นน้ำส้ม เหยาะเกลือนิด เติมน้ำตาลหน่อย ปรุงได้ที่แล้วก็นำไปใส่แก้วแล้วแช่ไว้ในตู้เย็น วันนั้นมีหนุ่มสาวคู่หนึ่งเดินเข้ามา เจ้าของร้านจึงเชื้อเชิญ และหาที่นั่งให้
ฝ่ายหญิง … ” น้ำส้มแก้วหนึ่ง ค่ะ ”
ฝ่ายชาย … ” กาแฟ ร้อน ครับ ”
เจ้าของร้านจึงนำน้ำส้มที่คั้นไว้นำมาใส่แก้วใบใหม่ แก้วใบนี้มีลักษณะทรงสูง รอบๆ แก้ว มีรูปหัวใจ ดวงเล็ก ๆ น่ารัก สีแดงติดอยู่ ภายในแก้วใบนั้นมีหลอดพลาสติกเสียบอยู่ ตรงปลายหลอดนั้นงอได้ แต่เจ้าของร้านไม่ได้มาเสริฟเอง
แต่มีเด็กเสริฟใส่เสื้อเชิ๊ตสีขาว กระโปรงสีดำมาเสริฟ แทน เมื่อทานเสร็จ …
เช็คบิล … น้ำส้มแก้วนี้ 50 บาท
ส้มผลที่เจ็ด
อยู่กับภัตตาคารแห่งหนึ่งแถวริมฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยา ครั้งนี้ส้มผลนี้ถูกปรุงแต่งโดยบาร์เทนเดอร์มือหนึ่งของร้าน น้ำส้มคั้นที่ได้นั้นถูกปรุงแต่งและเก็บรักษาไว้ในตู้แช่อย่างดีและในวันนั้น มีชายหญิงคู่หนึ่งเดินเข้าภัตตาคารนั้นมา และมีความประสงค์ที่จะลงเรือล่องแม่น้ำเจ้าพระยาเพื่อชมทิวทัศน์ในยามค่ำคืนด้วย
ฝ่ายหญิง … ” น้ำส้มคั้นแก้วหนึ่งค่ะ ”
และแล้วน้ำส้มคั้นแก้วที่วางอยู่ตรงหน้าหญิงสาวผู้นั้น
ถูกเสริฟโดย บริกรในชุดประจำร้านที่เป็นเอกลักษณ์ของร้านนั้น แก้วที่ใช้เป็นทรงสูงมีก้านสำหรับจับ หลอดเป็นหลอดพลาสติกใสตรงปลายหลอดงอได้ สิ่งที่โดดเด่นนั้นอยู่ตรงที่บริเวณขอบปากแก้วนั้น มีส้มที่ถูกฝานเป็นวงกลมเสียบอยู่ เมื่อเรือจะเข้าเทียบฝั่ง … สิ่งที่ปรากฎในบิลนั้น … 100 บาท เป็นราคาของน้ำส้มแก้วนี้
ส้มผลที่แปด
อยู่กับคลับเฮาซ์สุดหรูย่านปทุมธานี และเช่นเดียวกันส้มผลนี้ไว้ถูกทำเป็นน้ำส้มคั้นเหมือนกัน ถูกปรุงแต่งโดยบาร์เทนเดอร์มือหนึ่ง น้ำส้มคั้นที่ได้นั้นถูกปรุงแต่ง และเก็บรักษาไว้ในตู้แช่อย่างดีเช่นเดียวกัน ในค่ำคืนนั้นมีงานราตรีของกลุ่มสาวไฮโซกลุ่มหนึ่ง และหนึ่งในนั้นก็สั่ง … ” น้ำส้มคั้นหนึ่ง ”
… น้ำส้มคั้นแก้วนี้ถูกเสริฟโดยบริกรหนุ่มหน้าตาคมสันคนหนึ่ง มาในชุดทักซิโดที่ตัดด้วยผ้ามูนอย่างดี สิ่งที่อยู่บนฝ่ามือของบริกรหนุ่มคนนั้นคือ ถาดสีเงิน บนถาดนั้นมีแก้วน้ำส้มคั้นตั้งอยู่ แก้วที่บรรจุน้ำส้มคั้นใบนี้ ป็นแก้วคริสตัลทรงสูงเจียรนัยอย่างดี
เป็นแก้วที่สั่งทำเป็นพิเศษตรงขอบปากแก้วมีส้มกลีบหนึ่งที่ถูกแกะสลักเป็น รูปนกตัวหนึ่งเกาะ(เสียบ)อยู่ที่ปากแก้วนั้น หลอดที่ใช้เป็นหลอดแก้วใส บนถาดใบนั้นที่มาพร้อมแก้วคริสตัล มีสลิปบัตรสมาชิกคลับเฮาซ์แนบมาด้วย … 300 บาท
… ก่อนที่หญิงผู้นั้นจะจดปากกาเซ็นลงไป
ส้มผลที่เก้า
อยู่กับโรงแรมแห่งหนึ่งย่านริมฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยาและเช่นเดียวกันส้มผลนี้ไว้ถูกทำเป็นน้ำส้มคั้ เหมือนกัน ถูกปรุงแต่งโดยบาร์เทนเดอร์มือหนึ่ง น้ำส้มคั้นที่ได้นั้นถูกปรุงแต่ง และเก็บรักษาไว้ในตู้แช่อย่างดี ค่ำคืนนี้ ห้องอาหารชั้น Sky Top มีโอกาสต้อนรับหนุ่มสาวชาวต่างประเทศคู่หนึ่งที่เลือกสถานที่แห่งนี้เป็นที่ดินเนอร์ เนื่องในโอกาสฉลองสมรส และเลือกเมืองไทยเป็นที่ฮันนีมูน เมื่อหาที่นั่งในห้องอาหารแห่งนี้ได้แล้ว ณ มุมมองตรงนั้น สามารถมองเห็นทิวทัศน์ของเกาะรัตนโกสินทร์อย่างชัดเจนตลอดจนสายน้ำที่ทอดยาวของลำน้ำเจ้าพระยา เมื่อทอดสายตามองยาวออกไป จะมองเห็นสะพานแขวนที่ถูกประดับประดาไปด้วยแสงไฟอย่างสวยงาม หลังจากพักผ่อนอิริยาบทสักพักหนึ่งแล้ว ฝ่ายหญิงจึงกล่าวกับบริกรว่า
… ” Orangeade ” …
และฝ่ายชายว่า … ” American Expresso ” …
สักพักบริกรที่อยู่ในชุดไทยสมัยรัตนโกสินทร์ตอนต้นท่านนั้นกลับมา พร้อมกับกาแฟร้อน และน้ำส้มคั้นแก้วหนึ่ง แก้วนั้นเป็นแก้วคริสตัลอย่างดี ตรงฐานแก้ว และขอบปากแก้วเคลือบด้วยทอง 18 เค ถัดจากฐานรองแก้วตรงขอบที่เคลือบทองขึ้นมา
และถัดจากขอบที่เคลือบทองที่ปากแก้วลงมาถูกเจียรนัยตกแต่งอย่างดี เมื่อแสงไฟตกกระทบถูกแก้วเจียรนัยใบนี้จะเป็นประกายแวววับ ยิ่งภายในใช้บรรจุน้ำส้มคั้นด้วยแล้วยิ่งทำให้โดดเด่นยิ่งขึ้น ตรงกลางของแก้วใบนี้ มีตราสัญลักษณ์ของโรงแรมแห่งนี้ติดอยู่เป็นเคลือบทอง 18 เค เช่นเดียวกัน หลอดที่ใช้เป็นหลอดแก้วใส
ตรงปลายได้ขดเป็นเกลียว ตรงขอบปากแก้วมีดอกกล้วยไม้ที่มีชื่อว่า ” ช้างเผือก ” เสียบอยู่ เมื่อแสงไฟที่เป็นหลอด Black Light ส่องมากระทบกับ ” ช้างเผือก ” ดอกนี้จะเกิดเป็นสีขาวเรือง ๆ ขึ้นมาอย่างสวยงามบริกรโค้งคำนับก่อนที่จะเสริฟ และโค้งคำนับเมื่อเสริฟเสร็จแล้ว หลังจากที่หนุ่มสาวคู่นี้ดื่มด่ำกับบรรยากาศในค่ำคืนนี้พอสมควรแล้ว ฝ่ายชายจึงกล่าวกับบริกรขึ้นว่า … ” Cash Please “ บริกรโค้งคำนับ
ก่อนที่จะเดินไปที่แคชเชียร์ Ticket ที่ออกมา … Orangeade 500 Baht …
ส้มเหมือนกัน ราคาโดยเฉลี่ยแล้วผลละ 5 บาทเหมือนกัน อาจจะเป็นพันธุ์เดียวกัน ต้นเดียวกัน อยู่กิ่งก้านเดียวกัน หรือ อาจจะอยู่ช่อเดียวกันด้วยซ้ำไป แต่ทำไมมูลค่าของส้มถึงต่างกันมากมาย หรือว่าเป็นเพราะเวลาและสถานที่ต่างกัน
ช่วงเวลา สถานการณ์ และสถานที่ที่ต่างกันนั่นแหละ
เป็นตัวกำหนดมูลค่าของส้ม และ … ของตัวคุณเอง !!!!
บ่อยครั้งที่เราเคยท้อแท้กับงาน การตกงาน คนรอบข้าง ครอบครัว
หรือแม้กระทั่ง กับ ตัวเราเอง แต่อยากจะบอกว่า …ขอให้อดทนเพราะช่วงเวลานี้ … มันไม่ใช่ของเรา
ส้มนั้นถูกคนเป็นผู้กำหนดจนทำให้มีมูลค่าแบบนั้น แล้วทำไม…
เราไม่กำหนดมูลค่าของตัวเราขึ้นมาบ้างหละ
ณ วันนี้เราอาจจะมีมูลค่าไม่ถึงครึ่งของส้มที่ขอทานกินแล้วโยนทิ้งไป
แต่เชื่อแน่ว่า หากเราได้ตัดสินใจแล้วว่า…
ทางเดินเส้นนี้เราได้ตัดสินใจเลือกที่จะเดินแล้ว
จงตั้งมั่นและก้าวต่อไป อดทนเพื่อรอเวลาของเรา
ไม่แน่นะว่า มูลค่าของเราอาจจะมากมายเกินกว่าที่เราจะคาดคิดก็เป็นไป
ขอขอบคุณ : http://variety.teenee.com/foodforbrain/27080.html
Posted in คำคม กินใจ, ไร้สาระ | No Comments »
Saturday, May 22nd, 2010 |
RC หรือ R/C ซึ่งหมายถึง Radio Control ไทยๆก็คือ วิทยุบังคับ ซึ่งเป็นกิจกรรมอดิเรกของผม หลังจากทำงานมาเครียดๆ คนเราก็ย่อมมีอะไรที่ผ่อนคลายสมองบ้าง
มีคำสอนที่เคยบอกไว้ว่า อย่าแบกเอาความรู้สึกของที่ทำงานกลับไปบ้าน เพราะหากว่าเราเครียดจากที่ทำงาน แล้วกลับไปบ้านไปเครียดให้กับคนที่บ้าน มันจะไม่ค่อยดีสักเท่าไหร่
ดังนั้นผมเองจึงมีงานอดิเรกมากมายที่จะทำให้สมองตัวเองปลอดโปร่ง เพื่อกลับบ้านไปจะได้มีเรี่ยวแรงในการทำงานต่อที่บ้าน บางคนเครียดมาจากที่ทำงาน แล้วก็ไประบายอารมณ์กับแฟนบ้าง สามีบ้าง ภรรยาบ้าง มันไม่ดีหรอก มันน่าเบื่อจะแย่
ว่ากันที่สนาม RC Drift แห่งใหม่ ตั้งอยู่ที่สันติธรรม จ.เชียงใหม่ เป็นบ้านของนาย โต้ cm-club.com โดยสนามนี้ผมก็ได้มีส่วนในการออกค่าใช้จ่ายบางส่วนในการช่วยทำสนาม เพราะอยากให้เชียงใหม่มีสนามเล่นเยอะๆ และ อยากให้มีคนหันมาเล่น รถบังคับให้เยอะขึ้น โดยสนามที่ทำเป็นลักษณะของสนาม สเกล ก็คือมีการจำลองรูปแบบต่างๆให้คล้ายถนนจริงๆ

ใครสนใจก็ไปเล่นกันได้นะครับ และก็ไปเจอผมได้ที่สนามครับ และอีกไม่นานพบกับโปรเจ็คใหม่ RC Drag ที่กะว่าจะเอาวิ่งให้ได้เกิน 150 กม. ต่อ ชั่วโมง ตั้งสเปคไว้แค่นี้ก่อน เพราะเห็นเมืองนอกสามารถทำได้เกินกว่า 200 กม. ต่อ ชั่วโมงกันเลยทีเดียว

Posted in งานอดิเรก, ไร้สาระ | No Comments »