Archive for the ‘ความรู้’ Category

ส่งเมล์จากเว็บของเราให้เข้า inbox hotmail ให้ได้ทุกครั้ง

Tuesday, April 27th, 2010 |

ก็บังเอิญว่าในเว็บ mocyc.com มีระบบที่ต้องส่งเมล์ถึงสมาชิกอยู่บ่อยครั้ง และจากการใช้งานระบบส่งเมล์บน Server เพื่อส่งเมล์ไปยัง Hotmail บางทีก็เข้า Inbox บ้าง บางทีก็ไปอยู่ Junkbox บ้าง บางทีไม่เข้าเลยก็มี ก็เลยต้องหาวิธีส่งเพื่อให้เข้า Inbox ให้ได้

ลองทั้งใช้คำสั่ง mail เอง และ ใช้ SMTP เพื่อส่งก็ยังเจออาการเดิมๆ

ปกติผมจะใช้ PHPmailer ในการส่งเมล์อยู่แล้ว พอเจอปัญหาส่งเมล์ไม่เข้าหนักขึ้นๆ ผมก็เลยต้องเปลี่ยนมาเป็น ใช้ PHPMailer ส่งผ่าน Gmail ซึ่งก็สามารถส่งเมล์เข้า Inbox Hotmail ได้ทุกครั้งเช่นกัน แต่มันติดอยู่ที่ Gmail ให้ส่งได้ไม่เกิน 100 Mail ต่อวันเท่านั้น (ทำไมน้อยจังฟ่ะ)

ตามไปอ่าน เขียน php ส่งเมล์ด้วย PHPMailer ด้วย Gmail Account ได้จากเว็บ 9aum ส่วนวิธีการใช้งาน PHPMailer ขอไม่พูดถึงครับ ไปดูเพิ่มเติมได้ที่ http://phpmailer.sourceforge.net/

ก็จากที่ใช้ Gmail แล้วมีปัญหาว่ามันส่งได้แค่วันละ 100 Mail ต่อวัน นี่เอง จึงทำให้เกิดปัญหาว่าเมื่อเกิน 100 ไปเมล์ก็จะส่งไม่ถึงจุดหมาย ก็เลยต้องหาวิธีใหม่…

และแล้วก็พบทางสว่าง เมื่อได้เห็นข้อความนี้ Yahoo Mail email send limit - no more than 100 emails or recipients per hour โดยที่ทาง Yahoo.com สามารถให้ส่งเมล์ได้ถึง 100 Mail ไม่ใช่ต่อวัน แต่เป็นต่อชั่วโมง……โอ้วแม่เจ้า

ก็จัดแจงเปลี่ยนค่าตัวแปรในสคริปส่งเมล์ดูสิว่าจะส่งได้ไหม

            $mail   = new PHPMailer();
$mail->IsSMTP();
$mail->SMTPAuth   = true;
$mail->Host       = “smtp.mail.yahoo.com”;
$mail->Port       = 25;
$mail->Username   = “youruser@yahoo.com”;
$mail->Password   = “password”;

$mail->SetFrom(”youruser@yahoo.com”, “Mocyc Dot Com”);
$mail->AddReplyTo(”youruser@yahoo.com”,”Mocyc Dot Com”);

$message = “มีคนตอบประกาศของท่านใน Mocyc.com<br /><br />”;
$message .= “URL : <a href=\”http://www.mocyc.com/store/\” target=\”_blank\”>http://www.mocyc.com/store/</a><br /><br />”;
$message .= “หมายเหตุ : อีเมล์นี้เป็นอีเมล์อัตโนมัติจาก Mocyc.com ไม่ต้องตอบกลับ<br /><br />”;

$mail->Subject = ‘Comment on your classified Mocyc.com’;

$mail->MsgHTML($message);

$address = $arr_member[’email’];
$mail->AddAddress($address, “”.$arr_data[’name’].”");

$mail->Send();

ได้ครับ ผมลองส่งให้ตัวเองกว่า 100 ครั้งต่อชั่วโมง ยังส่งได้ ไม่มีหลุดครับ เข้า Inbox ตลอดครับ

27-4-2553-2-16-39.jpg

ก็ลองใช้งานกันดูนะครับไม่ได้ยากอะไรมากนักเลย

เข้าไปดูข้อมูลเพิ่มเติมได้ดังนี้
Send email rate limit for webmail providers - Gmail, Yahoo! Mail, Hotmail, AOL, Lycos Mail
Incoming and Outgoing Mail Server Settings for Hotmail, Yahoo! Mail, GMail, MSN, AOL and more

วิเคราะห์การคลิกบนเว็บเราด้วย clickheat ดีกว่า

Wednesday, March 24th, 2010 |

จริงๆแล้วสคริปที่กำลังจะเขียนแนะนำนี้ ผมเคยเอามาลองเล่นๆเมื่อหลายปีมาแล้ว น่าจะราวๆ 3 ปีได้ แต่ไม่เคยคิดเอามาใช้จริงๆจังๆเลย แค่ลองเอามาเล่นแล้วคิดว่า “เออมันเจ๋งหว่ะ”

แต่มาถึง ณ วันนี้ ผมมีความรู้สึกว่าสคริปนี้มันมีความสำคัญ และ สามารถนำมาช่วยวิเคราะห์เว็บไซต์ของเราได้เป็นอย่างดีเลยทีเดียว

สคริปตัวนี้มีชื่อว่า clickheat ผลิตผลจากเว็บไซต์ labsmedia.com ซึ่งเป็นสคริปที่ให้นำไปให้กันแบบฟรีๆ จุดเด่นๆเลยที่ผมเห็นจากสคริปนี้ก็คือ

  • จับตาดูการคลิกบนหน้าเว็บไซต์ โดยระบุในลักษณะของค่าสี เพื่อแสดงค่าความถี่ในการคลิกในจุดต่างๆ
  • ทำงานได้เร็ว และไม่ไปรบกวนการติดต่อ Database เพราะสคริปนี้ไม่ได้ติดต่อพวก MySQL อะไรเลย
  • โค๊ดที่นำไปวางในหน้าต่างๆเป็น Javascript วางได้ง่ายๆ แถมวางในโดเมนอื่นๆได้อีกด้วย

24-3-2553-15-07-37.jpg
ตัวอย่างภาพแสดงความถี่ในการคลิกเว็บไซต์

 

สำหรับความต้องการของระบบก็ใช้กับ Server ทั่วๆไปได้ครับ เพราะต้องการแค่ PHP และ GD2(สนับสนุนไฟล์ PNG) และใช้ได้ทั้ง Server Windows และ Linux ครับ

 

สำหรับข้อมูลการคลิกจะเก็บในลักษณะของ log ไฟล์ ซึ่งเป็นไฟล์ text ง่ายๆที่คั่นแต่ละฟิลล์ด้วย | และไฟล์ก็ไม่ได้ใหญ่มากมายอะไร อยู่ในระดับ kB เท่านั้น ซึ่งจะอยู่กับปริมาณการคลิกยิ่งคลิ๊กมากยิ่งเก็บเยอะขึ้น

24-3-2553-15-14-22.jpg
ไฟล์ log ที่ใช้เก็บข้อมูล

 

ประโยชน์ที่คิดว่าได้เต็มๆเลยก็คือรู้ว่าจุดไหนคนสนใจไปคลิกมากที่สุดและจุดไหนคนสนใจน้อย เพื่อที่จะปรับการวาง layout หรือ ปรับเนื้อหาให้น่าสนใจเพื่อให้คนคลิกมากขึ้น

 

หรือกับบางคนที่ทำพวก Adsense ก็อาจจะดูจุดที่จะเอา ad ไปวางก็ได้

แสดงไฟล์ PDF บนหน้าเว็บไซต์

Thursday, September 17th, 2009 |

วันนี้ได้รับคำถามจากนายนิค Flashfly มาจากทาง MSN ว่า “เราเอาไฟล์ PDF มาแสดงในหน้าเว็บไซต์ได้ไหมพี่?” ดีที่มีคนถามมาเพราะจะได้มีเรื่องเขียนลง Blog อิอิ ก็ไม่รีรอครับ มานั่งเขียนลง Blog ดีกว่า คนอื่นที่ไม่ทราบจะได้รู้และนำไปใช้ได้ มากกว่าบอกคนๆเดียว

โดยทั่วๆไปแล้วเวลาใครก็ตามที่จะแสดงไฟล์ PDF ก็มักจะใช้วิธีลิงก์ไปหาไฟล์โดยตรง เช่น

<a href=”doc.pdf” target=”_blank”>ไฟล์ PDF </a>

จะเขียนแบบนี้ซะเป็นส่วนมาก จะมีน้อยคนที่อยากเอา PDF มาแสดงหน้าเว็บไซต์ แต่ในเมื่ออยากทำก็ทำได้ครับ

การนำเอา PDF มาแสดงหน้าเว็บไซต์ ก็เหมือนๆกับการดึงเอา Flash มาแสดงนั่นแหล่ะครับ โดยสามารถนำมาวางได้ 2 แบบคือแบบที่ใช้ <embed> และอีกแบบก็คือการใช้ <object> ครับ เดี๋ยวเรามาดูในแต่ละแบบว่ามีการเขียนโค๊ดยังไงดีกว่า

<embed>
เขียนโค๊ดได้ดังนี้ <embed src=”file.pdf” mce_src=”file.pdf” width=”500″ height=”650″></embed>
ผลลัพท์ของโค๊ดนี้ก็คือการดึงเอาไฟล์ file.pdf ออกมาแสดงหน้าเว็บเลย

17-9-2552-13-18-07.png

<object>
ก็จะมีการกำหนดรูปแบบของโค๊ดดังนี้ <object type=”application/pdf” data=”doc.pdf” width=”500″ height=”650″ ></object>
ซึ่งผลที่ได้ก็เหมือนกันครับ

ที่การนำเอาไฟล์ PDF มาแสดงผลบนหน้าเว็บไซต์แบบนี้ไม่ค่อยนิยมเพราะว่าปัญหาเรื่องของ Browser เป็นหลักครับ เพราะมันอาจจะมีปัญหากับบาง Browser ที่ไม่สามารถเปิดดูได้ หรือ เครื่องที่ไม่ได้ลง Acrobat reader ก็อาจจะเปิดไม่ได้เช่นกัน

ยังไงก็เลือกใช้เอาตามความเหมาะสมนะครับ

ฟังก์ชั่นง่ายๆเกี่ยวกับเวลาใน MySQL

Monday, September 14th, 2009 |

วันนี้ผมจะมาพูดถึงฟังก์ชั่นง่ายๆที่มีให้ใช้ใน MySQL กันบ้าง หลังจากที่ไม่ได้เขียน Blog แบบที่มาสาระมานาน วันนี้ขอเขียนหน่อย พอดีเอามาใช้กับเว็บ และ เห็นมีน้องๆและเพื่อนๆหลายๆคนถามผมมาว่า “พี่แม็คขอไอเดียการทำแบบนี้ให้หน่อยสิ” ก็เลยจัดไป

จะว่าไปฟังก์ชั่นที่ผมจะพูดถึงนี้มันก็เป็นฟังก์ชั่นมาตรฐานใน MySQL นี่แหล่ะ แต่บางคนอาจจะไม่เคยทำ แต่ไปใช้การคำนวนในรูปแบบอื่นๆแทน ซึ่งคำสั่งพวกนี้ไปหาอ่านกันได้เพิ่มเติมใน MySQL Manual ได้ครับ

ไอเดียที่มีคนถามผมมาก็คือ

  • ไอเดียในการกำหนดวัน เวลา ในการแสดงข่าวสาร
  • ไอเดียในการกำหนดวันหมดอายุของแบนเนอร์ต่างๆ

สมัยก่อนตอนที่ผมเขียน PHP แบบมั่วๆในแบบของผมเอง ผมก็มักจะใช้วิธีการคำนวนจากค่า TIMESTAMP แล้วเอาไปบวก ไปลบ ค่าของวินาทีต่างๆ เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ตามที่ผมต้องการ แต่เมื่อเริ่มใช้ PHP ไปนานๆเข้าก็ได้เห็นจากใน Manual ของ MySQL ในการใช้คำสั่งในการ Query ข้อมูลเพื่อให้ได้ผลลัพธ์ในแบบที่เราต้องการ ทำให้เขียนโค๊ดได้ไวขึ้น และ แม่นยำมากยิ่งขึ้น

มาดูอันดับแรกเลยก็คือ ฟังก์ชั่นในการหาผลต่างของวันนะครับ ก็เลือกใช้ตัวนี้เลย
DATEDIFF(expr1,expr2)
โดยที่ expr1 ก็คือ ค่าวันเวลาช่วงที่ 1 และ expr2 ก็คือช่วงเวลาที่ 2 เพื่อหาความต่างของเวลา มาลองดูตัวอย่างดีกว่า
SELECT DATEDIFF(’1997-12-31 23:59:59′,’1997-12-30′);
ก็จะได้ผลต่างของเวลาทั้งสองเท่ากับ 1 วัน
SELECT DATEDIFF(’1997-11-30 23:59:59′,’1997-12-31′);
ก็จะได้ผลต่างของเวลาทั้งสองเท่ากับ -31 วันครับ

นำมาประยุกต์กับการใช้งานอะไร?? ก็เอามานับจำนวนวันของข้อมูลได้ เช่น กระทู้นี้ลงประกาศมากี่วันแล้ว

14-9-2552-14-51-55.png

มาดูฟังก์ชั่นต่อไปที่อยู่ในคำถามที่มีคนถามไอเดียเกี่ยวกับว่าจะกำหนดวันที่แสดงข่าว หรือ วันหมดอายุของแบนเนอร์ จริงๆแล้วมันง่ายมากมายนัก เอาให้คนที่ไม่รู้ละกันนะครับ ไม่รู้ไอเดียแต่ละคนจะเหมือนกันไหม แต่ไอเดียผมจะเป็นแบบนี้

  1. กำหนดฟิลล์ขึ้นมา 1 ฟิลล์ในตารางที่เราต้องการกำหนดให้มีการกำหนดวันแสดงผลข่าว เช่นผมกำหนดชื่อฟิลล์ว่า date_show_content ซึ่งผมจะกำหนดให้เป็น DATETIME นะครับ หรือใครจะกำหนดเป็น DATE เฉยๆก็ไม่ว่ากัน
  2. เวลา Admin เพิ่มข่าวสาร และจะกำหนดวันที่จะแสดงก็อาจจะทำ Javascript ที่เป็นพวกสคริป DateTime Picker มาเลือกวันและเวลาในการลงประกาศ

ซึ่ง 2 ข้อนี้ก็อาจจะง่ายมากในการทำ ซึ่งผมจะไม่พูดถึง แต่สิ่งที่ผมจะพูดถึงก็คือการกำหนดแบบว่ากำหนดจำนวนวันเข้าไป เช่น เราเพิ่มข้อมูลวันนี้ แต่อยากให้มันแสดงผลในอีก 5 วันข้างหน้า เราจะเขียนแบบใด ซึ่งอาจจะเอาไปประยุกต์กับการกำหนดการหมดอายุของแบนเนอร์ได้ว่าให้แบนเนอร์นี้ลงโฆษณาได้ 7 วัน เป็นต้น

DATE_ADD และ DATE_SUB คำสั่งนี้เคยใช้กันบ้างไหม ?

สองฟังก์ชั่นนี้มีประโยชน์มากๆเลยในการหาวันข้างหน้า และ วันย้อนหลัง โดยลักษณะการเรียกใช้จะเป็นแบบนี้
DATE_ADD(date,INTERVAL expr unit)
DATE_SUB(date,INTERVAL expr unit)

DATE_ADD ชื่อก็บอกแล้วว่า ADD นั่นก็คือเอาเพิ่มวันแน่นอน มาดูกันว่าเป็นอย่างไร
SELECT DATE_ADD(’1997-12-31 23:59:59′,INTERVAL 1 SECOND);
ก็จะได้ 1998-01-01 00:00:00
SELECT DATE_ADD(’1997-12-31 23:59:59′,INTERVAL 1 DAY);
ก็จะได้ผลของการเพิ่มวันไป 1 วัน คือ 1998-01-01 23:59:59

 DATE_SUB ก็ตรงกันข้ามครับ ก็คือหาวันย้อนหลัง
SELECT DATE_SUB(’1998-01-01 00:00:00′,INTERVAL ‘1 1:1:1′ DAY_SECOND);
ก็คือการหาวันเวลาย้อนหลัง 1 วัน 1 ชั่วโมง 1 นาที 1 วินาที ก็จะได้ผลคือ 1997-12-30 22:58:59

แนวทางในการใช้ของผมก็คือ ผมเอาไปใช้กับระบบสมาชิก VIP ในเว็บผมโดยผู้ลงโฆษณาสามารถเลือกจำนวนวันลงประกาศได้ ว่าจะลงโฆษณากี่วัน แล้วเมื่อครบวันที่กำหนดระบบก็จะไม่แสดงผลรายการโฆษณานั้นๆ ได้ตรงเวลาเปะๆครับ ลองเล่นดูนะครับ ของแบบนี้มันต้องลองเล่นดูครับ ถึงจะเข้าใจนะครับ ขอให้มีความสุขกับการเขียนโปรแกรมครับ

14-9-2552-15-17-17.png

เมื่อ Avira ร่มแดงทำพิษ…

Saturday, June 20th, 2009 |

avira_logo.jpg

สิ่งที่ผมไม่คาดคิดว่าจะเกิดขึ้นจาก สแกนไวรัส Avira เกิดขึ้นแล้วกับเว็บของผมเอง เมื่ออัพเดทตัวล่าสุดของ Avira ของวันที่ 19/06/2552 เกิดมีปฏิกิริยากับ Javascript ที่มีการกำหนดตัวแปรเยอะๆซะแล้ว ทำให้มีสมาชิกในเว็บโทรมาแจ้งว่าเว็บมีไวรัส (อ่าวกรรมละสิ) แต่เมื่อเข้าไปเช็คผมก็ไม่เจอ ที่บ้านใช้ NOD กับ AVG อัพเดทตลอด ไม่เจอ แต่ก็ยังรู้สึกตะหงิดๆก็เลยลองลง Avira แล้วอัพเดทล่าสุด แจ๊คพ๊อตครับ

avira_update.jpg

ซึ่งสิ่งที่เกิดขึ้นนั้นทำให้เกิดการ Alert ขึ้นมาดังนี้

avira_alert.jpg

ซึ่งจากการดูการที่มันแจ้งว่าเป็นไวรัสมันคงคิดว่าโค๊ดมีตัวแปรคล้ายๆกับสคริปไวรัสหรือเปล่า โดยโค๊ดที่ใช้งานมานั้นเขียนแค่

var AMPHER=new Array();
var STATE=’10||กรุงเทพมหานคร||11||สมุทรปราการ||12||นนทบุรี||13||ปทุมธานี||14||พระนครศรีอยุธยา||15||อ่างทอง||16||ลพบุรี||17||สิงห์บุรี||18||ชัยนาท||19||สระบุรี||20||ชลบุรี||21||ระยอง||22||จันทบุรี||23||ตราด||24||ฉะเชิงเทรา||25||ปราจีนบุรี||26||นครนายก||27||สระแก้ว||30||นครราชสีมา||31||บุรีรัมย์||32||สุรินทร์||33||ศรีสะเกษ||34||อุบลราชธานี||35||ยโสธร||36||ชัยภูมิ||37||อำนาจเจริญ||39||หนองบัวลำภู||40||ขอนแก่น||41||อุดรธานี||42||เลย||43||หนองคาย||44||มหาสารคาม||45||ร้อยเอ็ด||46||กาฬสินธุ์||47||สกลนคร||48||นครพนม||49||มุกดาหาร||50||เชียงใหม่||51||ลำพูน||52||ลำปาง||53||อุตรดิตถ์||54||แพร่||55||น่าน||56||พะเยา||57||เชียงราย||58||แม่ฮ่องสอน||60||นครสวรรค์||61||อุทัยธานี||62||กำแพงเพชร||63||ตาก||64||สุโขทัย||65||พิษณุโลก||66||พิจิตร||67||เพชรบูรณ์||70||ราชบุรี||71||กาญจนบุรี||72||สุพรรณบุรี||73||นครปฐม||74||สมุทรสาคร||75||สมุทรสงคราม||76||เพชรบุรี||77||ประจวบคีรีขันธ์||80||นครศรีธรรมราช||81||กระบี่||82||พังงา||83||ภูเก็ต||84||สุราษฎร์ธานี||85||ระนอง||86||ชุมพร||90||สงขลา||91||สตูล||92||ตรัง||93||พัทลุง||94||ปัตตานี||95||ยะลา||96||นราธิวาส’;
…..
…..
…..

จากนั้นก็เอาค่าพวกนั้นมาแยกค่าโดยผ่านการ Split เท่านั้นเอง

function setState(frm,sM) {
var c=frm.elements[’province’];
var aM=eval(”STATE.split(’||’)”);

ซึ่งเป็นโค๊ดในลักษณะของการทำ Multi Dropdown เท่านั้นเอง

avira_alert2.jpg

เมื่อเลือกจังหวัด ก็จะสามารถเลือกอำเภอได้ก็เท่านั้น ก็ไม่รู้ว่าเจ้า Ariva มันไปคิดว่าการกำหนดตัวแปร แล้วเอามาแยก หรือเข้าฟังก์ชั่น eval มันเป็นไวรัสหรือเปล่า มันก็เลยฟ้องขึ้นมาซะงั้น

สแกนไวรัสยี่ห้ออื่นๆไม่เป็นเลยไม่ว่าจะ NOD , McAfee , AVG มีก็แต่ร่มแดงเท่านั้นที่ดันฟ้องกับคำสั่งพวกนี้ ให้ตายสิโรบิน…

เมื่อฟ้อง ก็ได้ เปลี่ยนก็ได้วุ้ย…แต่จะเปลี่ยนยังไงดีหล่ะในเมื่อ Javascript แบบนี้ใช้ไม่ได้ ก็ต้องอาศัยการทำงานในรูปแบบของ Ajax ซะแล้ว ก็มานั่งเขียนใหม่ด้วยการใช้งานในรูปแบบของ Ajax โดยเขียนง่ายๆ

<script type=”text/javascript”>
var http = false;

if(navigator.appName == “Microsoft Internet Explorer”) {
  http = new ActiveXObject(”Microsoft.XMLHTTP”);
} else {
  http = new XMLHttpRequest();
}

function SetAmpher(province) {
  http.abort();
  http.open(”GET”, “Ampher.php?province=” + province, true);
  http.onreadystatechange=function() {
    if(http.readyState == 4) {
      document.getElementById(’ampher_select’).innerHTML = http.responseText;
    }
  }
  http.send(null);
}
</script>

จากนั้นในฟอร์มของเราก็จะสั่งให้มันทำงานตอนที่เราเลือกจังหวัด โค๊ดก็เป็นลักษณะประมาณนี้

<form name=”vip” method=”GET” action=”">
  <select name=”province“  id=”province” style=”width:200px;” onChange=”SetAmpher(province.value)”>
  <option value=”">เลือกจังหวัด</option>
  <option value=”1″>กรุงเทพมหานคร</option>
  <option value=”2″>เชียงใหม่</option>
  </select>
  <div id=”ampher_select”>
  <select name=”ampher” size=”1″ id=”ampher” style=”width:200px;” ></select>
  </div>
  <INPUT TYPE=”submit”>
</form>

ก็ไม่มีอะไรมากก็แค่เวลาเราเลือก Select จังหวัด สคริปก็จะสั่งให้ไปเรียกสคริปที่ชื่อ Ampher.php แล้วส่งค่าตัวแปรที่ชื่อ province ออกไปด้วย จากนั้นเมื่อไฟล์ Ampher.php ทำงานเสร็จก็จะแสดงผล Select ที่เป็นส่วนของอำเภอในจังหวัดนั้นออกมา

ง่ายๆแต่ใช้การได้ดีครับ เดี๋ยวคงจะไล่เปลี่ยน Javascript ลักษณะนี้ทิ้งๆ เพราะกลัววันดีคืนดีเจ้า Avira มันจะเอ๋อฟ้องออกมาแบบนี้อีก หันไปใช้งาน Ajax ให้หมดเลยดีกว่า

Editor's Talk!

สวัสดีคนที่หลงเดินทางเข้ามายัง Blog ของผม อาจจะด้วยความไม่ตั้งใจ หรือ ตั้งใจเข้ามาก็ตาม ก่อนอื่นผมก็ต้องขอออกตัวก่อนว่า Blog ของผมมันจะมีสาระบ้าง หรือ ไม่มีสาระเลย ก็แล้วแต่อารมณ์ช่วงไหนอยากเขียนอะไร อย่าเหมาว่า Blog ผมจะต้องมีแต่ความรู้เหมือน Blog ของคนอื่นๆ นะครับ
สำหรับ Blog นี้ ผมสามารถใช้คำพูดใดๆก็ได้ตามที่ผมเห็นสมควร เพราะมันคือ Blog ของกู(ผม) บางครั้งผมเขียนไปกระทบใครก็ขออภัยไว้ ณ. ที่นี้ด้วย ก็ไม่มีอะไรมากครับ ขอบคุณที่เข้ามาอ่าน Blog ของผมนะครับ

นายแม็ค

ค้นหา :