<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?>
<!-- generator="wordpress/2.3.1" -->
<rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	>

<channel>
	<title>เขาเรียกผมว่า เว็บมาสเตอร์</title>
	<link>http://www.myblog.in.th</link>
	<description>ทางไม่ได้มีแค่เส้นเดียว อยู่ที่คุณจะเลือกเดินเส้นทางใด</description>
	<pubDate>Fri, 19 Feb 2010 19:10:56 +0000</pubDate>
	<generator>http://wordpress.org/?v=2.3.1</generator>
	<language>en</language>
			<item>
		<title>ของบางอย่างที่เราใส่ติดตัวไว้นานๆ</title>
		<link>http://www.myblog.in.th/2010/02/20/long_live_king/</link>
		<comments>http://www.myblog.in.th/2010/02/20/long_live_king/#comments</comments>
		<pubDate>Fri, 19 Feb 2010 19:10:56 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
		
		<category><![CDATA[ส่วนตั๊ว ส่วนตัว]]></category>

		<category><![CDATA[ไร้สาระ]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.myblog.in.th/2010/02/20/long_live_king/</guid>
		<description><![CDATA[เคยลองดูของสักชิ้นที่เราใส่ติดตัวตลอดเวลาไว้นานๆบ้างไหม ว่ามีสิ่งไหนที่เราใส่ติดตัวไว้นานที่สุด บางคนอาจจะเป็นสร้อย บางคนอาจจะบอกว่าแหวน นาฬิกา หรืออะไรก็แล้วที่ท่านๆใส่ติดตัวไว้ตลอดเวลา
แต่สำหรับผมแล้ว เมื่อผมลองมองๆตัวเองและพินิจพิจารณาแล้ว ของที่ผมใส่ติดตัวไว้ตลอดเวลากลับไม่ใช่ สร้อยคอ แหวน หรือ นาฬิกา แต่กลับเป็น &#8220;สายรัดข้อมือ เรารักพระเจ้าอยู่หัว&#8221; ซึ่งเป็นสายที่ได้นำวางขายประมาณปลายๆปี 2548 (หากผมจำไม่ผิด)
สายรัดข้อมือที่จัดทำขึ้นผลิตจากซิลิโคนอย่างดี เป็นสีเหลืองซึ่งเป็นสีประจำพระองค์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ภายนอกมีการสลักอักษรสองภาษา คือ ภาษาไทย “เรารักพระเจ้าอยู่หัว” และภาษาอังกฤษ “Long Live King” มีจำนวนจำกัดเพียง 1 ล้านเส้น เพื่อขอรับบริจาคเส้นละ 100 บาทจัดทำขึ้นโดย มูลนิธิคิง พาวเวอร์ เพื่อ ฉลองวาระอันเป็นมงคลที่พระบาลสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงครองสิริราชสมบัติครบ 60 ปี ใน พ.ศ. 2549
 
รูปตัวอย่างสายรัดข้อมือ พร้อมบรรจุภัณฑ์
โดยในตอนนั้นผมสั่งจองที่ธนาคาร ไทยพานิชย์ โดยของผมจะมีเลขประจำสายรัดข้อมือคือ  176644 ถือว่าเป็นเลขสวยนะเนี่ย ซึ่งตั้งแต่จำความได้ ผมไม่เคยถอดออกเลย ตั้งแต่ซื้อมาจนถึงปัจจุบัน ระยะเวลาที่ใส่ติดตัวเกือบ 5 ปีแล้ว
แล้วคุณหล่ะใส่อะไรติดตัวไว้นานที่สุด&#8230;
]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>เคยลองดูของสักชิ้นที่เราใส่ติดตัวตลอดเวลาไว้นานๆบ้างไหม ว่ามีสิ่งไหนที่เราใส่ติดตัวไว้นานที่สุด บางคนอาจจะเป็นสร้อย บางคนอาจจะบอกว่าแหวน นาฬิกา หรืออะไรก็แล้วที่ท่านๆใส่ติดตัวไว้ตลอดเวลา</p>
<p>แต่สำหรับผมแล้ว เมื่อผมลองมองๆตัวเองและพินิจพิจารณาแล้ว ของที่ผมใส่ติดตัวไว้ตลอดเวลากลับไม่ใช่ สร้อยคอ แหวน หรือ นาฬิกา แต่กลับเป็น <strong>&#8220;สายรัดข้อมือ เรารักพระเจ้าอยู่หัว&#8221;</strong> ซึ่งเป็นสายที่ได้นำวางขายประมาณปลายๆปี 2548 (หากผมจำไม่ผิด)</p>
<p>สายรัดข้อมือที่จัดทำขึ้นผลิตจากซิลิโคนอย่างดี เป็นสีเหลืองซึ่งเป็นสีประจำพระองค์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ภายนอกมีการสลักอักษรสองภาษา คือ ภาษาไทย <strong>“เรารักพระเจ้าอยู่หัว”</strong> และภาษาอังกฤษ <strong>“Long Live King”</strong> มีจำนวนจำกัดเพียง <strong>1 ล้านเส้น</strong> เพื่อขอรับบริจาคเส้นละ 100 บาทจัดทำขึ้นโดย มูลนิธิคิง พาวเวอร์ เพื่อ ฉลองวาระอันเป็นมงคลที่พระบาลสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงครองสิริราชสมบัติครบ 60 ปี ใน พ.ศ. 2549</p>
<p align="center"> <img src="http://www.myblog.in.th/wp-content/uploads/2010/02/j01534-0.jpg" alt="j01534-0.jpg" width="427" height="320" /><br />
รูปตัวอย่างสายรัดข้อมือ พร้อมบรรจุภัณฑ์</p>
<p>โดยในตอนนั้นผมสั่งจองที่ธนาคาร ไทยพานิชย์ โดยของผมจะมีเลขประจำสายรัดข้อมือคือ  <strong>176644</strong> ถือว่าเป็นเลขสวยนะเนี่ย ซึ่งตั้งแต่จำความได้ ผมไม่เคยถอดออกเลย ตั้งแต่ซื้อมาจนถึงปัจจุบัน ระยะเวลาที่ใส่ติดตัวเกือบ 5 ปีแล้ว</p>
<p>แล้วคุณหล่ะใส่อะไรติดตัวไว้นานที่สุด&#8230;</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.myblog.in.th/2010/02/20/long_live_king/feed/</wfw:commentRss>
		</item>
		<item>
		<title>191 เบอร์นี้มีไว้ทำซากอะไร&#8230;</title>
		<link>http://www.myblog.in.th/2010/01/14/191/</link>
		<comments>http://www.myblog.in.th/2010/01/14/191/#comments</comments>
		<pubDate>Thu, 14 Jan 2010 08:24:18 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
		
		<category><![CDATA[บ่นๆ]]></category>

		<category><![CDATA[ไร้สาระ]]></category>

		<category><![CDATA[191]]></category>

		<category><![CDATA[แจ้งเหตุ]]></category>

		<category><![CDATA[โทรศัพท์]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.myblog.in.th/2010/01/14/191/</guid>
		<description><![CDATA[     191 คือหมายเลขโทรศัพท์ 3 ตัว ที่คุณสามารถโทรได้ตลอด 24 ชั่วโมง สำหรับแจ้งเหตุฉุกเฉิน หรือเหตุด่วนเหตุร้ายต่างๆ ไม่ว่าจะอยู่ในส่วนไหนของประเทศไทย โดยโทรศัพท์ของคุณจะถูกเรียกไปยังพื้นที่ที่คุณอยู่ในขณะนั้น
เหตุผลที่ใช้หมายเลข 191 ก็เพราะได้พิจารณาแล้วเห็นว่า เป็นหมายเลขที่ง่ายต่อการจดจำ สะดวกในการโทรแม้อยู่ในที่มืด โทรได้โดยไม่ต้องมีรหัสพื้นที่นำหน้า ไม่ง่ายต่อการโทรติดโดยอุบัติเหตุ (โดนปุ่มกดโดยไม่ตั้งใจ) 
ข้อความจาก : http://www.messiya.com/191/index.php?page=1
อ่านแล้วผมรู้สึกดีและรู้สึกอบอุ่นใจ สำหรับการให้บริการประชาชน
แต่&#8230;.สิ่งที่ผมได้รับจากเบอร์โทร 191 กลับเป็นสิ่งที่ทำให้ผมได้เห็นถึงการทำงานที่ไร้ประสิทธิภาพของไทย จึงทำให้รู้เลยว่าอย่าโทรไป 191 อีกต่อไป
เพราะว่าอะไรนะเหรอ ???? เพราะเมื่อคืนมีอุบัติเหตุเกิดขึ้นกับรถยนต์ของเพื่อนผม ผมโทรไป 191 โทรติดครับ อุ่นใจขึ้นมาทันทีว่าเดี๋ยวได้ใช้บริการแล้ว แต่สิ่งที่เกิดขึ้นคือ ตัดสายทิ้ง เฮ้ย สาดดดด ตัดสายกรูทำไมฟ่ะ ลองโทรอีก ติด แล้วก็ตัดสายทิ้ง ผมโทรไปราวๆ 10-20 สายได้ ก็เช่นเดิม
     แล้วจะมีเบอร์ 191 ไว้ทำซากไรฟ่ะเนี่ย หากจะมีคนมาฆ่า คงโดนจับแยกชิ้นส่วนใส่ถุงปุ๋ยไปแล้ว
     ก็ขอเอาเบอร์แจ้งเหตุอื่นๆไว้ เผื่อโทรไป 191 แล้วไม่ติดนนะครับ
แจ้งเหตุด่วนเหตุร้าย [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>     <font color="#ff0000"><strong>191 คือหมายเลขโทรศัพท์ 3 ตัว ที่คุณสามารถโทรได้ตลอด 24 ชั่วโมง</strong></font> <strong>สำหรับแจ้งเหตุฉุกเฉิน หรือเหตุด่วนเหตุร้ายต่างๆ ไม่ว่าจะอยู่ในส่วนไหนของประเทศไทย โดยโทรศัพท์ของคุณจะถูกเรียกไปยังพื้นที่ที่คุณอยู่ในขณะนั้น<br />
เหตุผลที่ใช้หมายเลข 191 ก็เพราะได้พิจารณาแล้วเห็นว่า เป็นหมายเลขที่ง่ายต่อการจดจำ สะดวกในการโทรแม้อยู่ในที่มืด โทรได้โดยไม่ต้องมีรหัสพื้นที่นำหน้า ไม่ง่ายต่อการโทรติดโดยอุบัติเหตุ (โดนปุ่มกดโดยไม่ตั้งใจ) </strong></p>
<p>ข้อความจาก : <a href="http://www.messiya.com/191/index.php?page=1" target="_blank">http://www.messiya.com/191/index.php?page=1</a></p>
<p>อ่านแล้วผมรู้สึกดีและรู้สึกอบอุ่นใจ สำหรับการให้บริการประชาชน</p>
<p>แต่&#8230;.สิ่งที่ผมได้รับจากเบอร์โทร 191 กลับเป็นสิ่งที่ทำให้ผมได้เห็นถึงการทำงานที่ไร้ประสิทธิภาพของไทย จึงทำให้รู้เลยว่าอย่าโทรไป 191 อีกต่อไป</p>
<p><strong>เพราะว่าอะไรนะเหรอ ????</strong> เพราะเมื่อคืนมีอุบัติเหตุเกิดขึ้นกับรถยนต์ของเพื่อนผม ผมโทรไป 191 โทรติดครับ อุ่นใจขึ้นมาทันทีว่าเดี๋ยวได้ใช้บริการแล้ว แต่สิ่งที่เกิดขึ้นคือ <font color="#ff0000"><strong>ตัดสายทิ้ง</strong></font> เฮ้ย สาดดดด ตัดสายกรูทำไมฟ่ะ ลองโทรอีก ติด แล้วก็ตัดสายทิ้ง ผมโทรไปราวๆ 10-20 สายได้ ก็เช่นเดิม</p>
<p><font color="#ff0000"><strong>     แล้วจะมีเบอร์ 191 ไว้ทำซากไรฟ่ะเนี่ย หากจะมีคนมาฆ่า คงโดนจับแยกชิ้นส่วนใส่ถุงปุ๋ยไปแล้ว</strong></font></p>
<p><strong>     ก็ขอเอาเบอร์แจ้งเหตุอื่นๆไว้ เผื่อโทรไป 191 แล้วไม่ติดนนะครับ</strong></p>
<p>แจ้งเหตุด่วนเหตุร้าย 191 , 123 (เบอร์ข้างหน้าโทรไม่ติดช่างแม่งมัน)<br />
ศูนย์แจ้งอุบัติภัย กองทัพเรือ 1696<br />
แจ้งเหตุทางน้ำ กองบัญชาการตำรวจ 1196<br />
แจ้งเหตุด่วนทางน้ำ ศูนย์ปลอดภัยทางน้ำ 1199<br />
แจ้งเหตุเพลิงไหม้ ศูนย์ดับเพลิงศรีอยุธยา 199<br />
ศูนย์กู้ชีพ &#8220;นเรนทร&#8221; 0-2354-8222<br />
ศูนย์ประสานงานฉุกเฉิน 24 ชม. 0-2226-4444<br />
สายด่วนแจ้งเหตุสาธารณภัย (ปภ.) ตลอด 24 ชั่วโมง 1784 หน่วยแพทย์กู้ชีวิต วชิรพยาบาล 1554<br />
หน่วยกู้ชีวิตวชิรพยาบาล 4010 และ 4121<br />
สถานีวิทยุชุมชน ร่วมด้วยช่วยกัน 1677<br />
สถานีวิทยุ จส. 100 1137, 0-2711-9151-8<br />
สถานีวิทยุ สวพ. 91 1644<br />
ศูนย์วิทยุกรุงธน 0-2455-0088<br />
ศูนย์วิทยุรามา 0-2246-0999<br />
ศูนย์รับเรื่องร้องทุกข์ กทม. ตลอด 24 ชั่วโมง<br />
ศูนย์รับเรื่องร้องเรียนน้ำท่วมสำนักระบายน้ำ 24 ชั่วโมง 1555</p>
<p>เมื่อไหร่เมืองไทยให้บริการประชาชนที่ดีกว่านี้ค่อยว่ากัน เมืองไทย ของผม&#8230;</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.myblog.in.th/2010/01/14/191/feed/</wfw:commentRss>
		</item>
		<item>
		<title>มีความสุขปีใหม่ กับการยิ้มให้ตัวเอง</title>
		<link>http://www.myblog.in.th/2009/12/30/newyear2010/</link>
		<comments>http://www.myblog.in.th/2009/12/30/newyear2010/#comments</comments>
		<pubDate>Wed, 30 Dec 2009 05:33:07 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
		
		<category><![CDATA[บ่นๆ]]></category>

		<category><![CDATA[ไร้สาระ]]></category>

		<category><![CDATA[2010]]></category>

		<category><![CDATA[new year]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.myblog.in.th/2009/12/30/newyear2010/</guid>
		<description><![CDATA[ส่งความสุขมาให้ทุกๆคนนะครับ
 
ปีเก่าทำอะไรไม่ดีไว้ก็ลืมๆมันไปซะ
ปีใหม่ ทำใหม่ เอาให้ไม่ดียิ่งกว่าเก่า อ่ะ&#8230;ว่าไปนั่น ทำให้ดีๆยิ่งขึ้นครับ
 
ปีเก่านิสัยไม่ดีเก่าๆก็ทำตัวใหม่ซะบ้าง
ถึงทำไปไม่มีใครเห็นก็ช่างแม่งมัน ทำดีต่อไปในปีใหม่
 
ใครๆที่หึงแฟนจนเกินเหตุ ก็จงรู้ไว้ว่าปีนี้แฟนทนได้ ปีต่อไปไม่แน่
ไม่มีใครทนอยู่ในสภาวะอึดอัดไปได้ตลอดทั้งชีวิต
คับที่อยู่ได้ คับใจอยู่ยาก
 
ปีที่ผ่านมาไม่เคยเกรงใจใคร เอาแต่ใจตัวเอง
ปีหน้าลองทำใหม่ อาจจะมีคนที่รักเรามากขึ้น
 
ปีที่ผ่านมาหากเอาแต่เมากินเหล้าหัวราน้ำ
ปีหน้าก็งดๆเหล้าซะบ้าง ล่อเบียร์แทนละกัน
 
ปีที่ผ่านมาเที่ยวที่ไหนบ่อยๆ ท่าช้างอ่ะเบื่อกันได้ละ
เปลี่ยนที่บ้าง อุดหนุนร้านอื่นๆบ้าง เผื่อเจอสิ่งใหม่ๆ
 
ปีที่ผ่านมาไม่เคยสนใจอะไร ไม่ใส่ใจตัวเอง
ปีหน้าลองหันมามองตัวเองในกระจกดูบ้างว่า
เราควรทำอะไรเพื่อตัวเองเพิ่มขึ้นบ้างไหม
 
ปลงๆกับชีวิตบ้าง
ของสิ่งไหนเป็นของเรามันก็เป็นของเราวันยังค่ำ
แต่ของๆเราจะไม่ใช่ของๆเรา ก็เพราะตัวเราเองทำตัวเอง
ให้ของสิ่งนั้นต้องเดินจากเราไป
 
ปีนี้ไม่ขยัน ใช้ชีวิตไปวันๆ
ปีหน้าลองขยันเพิ่มอีกสักนิด ชีวิตอาจจะดีขึ้นมาบ้าง
 
ก็ไม่มีอะไรมากครับ
อยากให้ทุกคนมีความสุขกับการใช้ชีวิต
ชีวิตเกิดมาแค่ครั้งเดียว
ทำอะไรก็รีบๆทำ ตอนนี้ก็ผ่านมาครึ่งค่อนชีวิตแล้ว
อย่าเอาเวลามัวไปอยู่กับเรื่องไร้สาระ เรื่องที่ไม่เข้าท่า
เรื่องที่บั่นทอนความรู้สึกดีๆที่เรามีต่อคนรอบข้าง และคนรอบข้างมีให้เรา
โลกนี้กว้างไกล สังคมยังต้องเดิน
อย่าเอาสังคมมาเป็นตัวกำหนดทางเดินชีวิตเรา
และก็อย่าเอาวิถีชีวิตของเราไปเปรียบเทียบกับสังคม
 
ถามตัวเองว่าคุณมีความสุขแล้วหรือยัง
หากยัง ถึงใครจะอวยพรมากแค่ไหนในปีใหม่นี้ ก็เหมือนแค่คำพูดลอยๆผ่านไป
แต่หากเมื่อใดที่ใจเราเป็นสุข ไม่ต้องมีคำอวยพรใด
เราก็จะยังคงยิ้มให้กับตัวเองได้เสมอ&#8230;
 
มีความสุขต้อนรับปีใหม่กันทุกๆคนนะครับ
 
นายแม็คเอง&#8230;
]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>ส่งความสุขมาให้ทุกๆคนนะครับ<br />
 <br />
ปีเก่าทำอะไรไม่ดีไว้ก็ลืมๆมันไปซะ<br />
ปีใหม่ ทำใหม่ เอาให้ไม่ดียิ่งกว่าเก่า อ่ะ&#8230;ว่าไปนั่น ทำให้ดีๆยิ่งขึ้นครับ<br />
 <br />
ปีเก่านิสัยไม่ดีเก่าๆก็ทำตัวใหม่ซะบ้าง<br />
ถึงทำไปไม่มีใครเห็นก็ช่างแม่งมัน ทำดีต่อไปในปีใหม่<br />
 <br />
ใครๆที่หึงแฟนจนเกินเหตุ ก็จงรู้ไว้ว่าปีนี้แฟนทนได้ ปีต่อไปไม่แน่<br />
ไม่มีใครทนอยู่ในสภาวะอึดอัดไปได้ตลอดทั้งชีวิต<br />
คับที่อยู่ได้ คับใจอยู่ยาก<br />
 <br />
ปีที่ผ่านมาไม่เคยเกรงใจใคร เอาแต่ใจตัวเอง<br />
ปีหน้าลองทำใหม่ อาจจะมีคนที่รักเรามากขึ้น<br />
 <br />
ปีที่ผ่านมาหากเอาแต่เมากินเหล้าหัวราน้ำ<br />
ปีหน้าก็งดๆเหล้าซะบ้าง ล่อเบียร์แทนละกัน<br />
 <br />
ปีที่ผ่านมาเที่ยวที่ไหนบ่อยๆ ท่าช้างอ่ะเบื่อกันได้ละ<br />
เปลี่ยนที่บ้าง อุดหนุนร้านอื่นๆบ้าง เผื่อเจอสิ่งใหม่ๆ<br />
 <br />
ปีที่ผ่านมาไม่เคยสนใจอะไร ไม่ใส่ใจตัวเอง<br />
ปีหน้าลองหันมามองตัวเองในกระจกดูบ้างว่า<br />
เราควรทำอะไรเพื่อตัวเองเพิ่มขึ้นบ้างไหม<br />
 <br />
ปลงๆกับชีวิตบ้าง<br />
ของสิ่งไหนเป็นของเรามันก็เป็นของเราวันยังค่ำ<br />
แต่ของๆเราจะไม่ใช่ของๆเรา ก็เพราะตัวเราเองทำตัวเอง<br />
ให้ของสิ่งนั้นต้องเดินจากเราไป<br />
 <br />
ปีนี้ไม่ขยัน ใช้ชีวิตไปวันๆ<br />
ปีหน้าลองขยันเพิ่มอีกสักนิด ชีวิตอาจจะดีขึ้นมาบ้าง<br />
 <br />
ก็ไม่มีอะไรมากครับ<br />
อยากให้ทุกคนมีความสุขกับการใช้ชีวิต<br />
ชีวิตเกิดมาแค่ครั้งเดียว<br />
ทำอะไรก็รีบๆทำ ตอนนี้ก็ผ่านมาครึ่งค่อนชีวิตแล้ว<br />
อย่าเอาเวลามัวไปอยู่กับเรื่องไร้สาระ เรื่องที่ไม่เข้าท่า<br />
เรื่องที่บั่นทอนความรู้สึกดีๆที่เรามีต่อคนรอบข้าง และคนรอบข้างมีให้เรา<br />
โลกนี้กว้างไกล สังคมยังต้องเดิน<br />
อย่าเอาสังคมมาเป็นตัวกำหนดทางเดินชีวิตเรา<br />
และก็อย่าเอาวิถีชีวิตของเราไปเปรียบเทียบกับสังคม<br />
 <br />
ถามตัวเองว่าคุณมีความสุขแล้วหรือยัง<br />
หากยัง ถึงใครจะอวยพรมากแค่ไหนในปีใหม่นี้ ก็เหมือนแค่คำพูดลอยๆผ่านไป<br />
แต่หากเมื่อใดที่ใจเราเป็นสุข ไม่ต้องมีคำอวยพรใด<br />
เราก็จะยังคงยิ้มให้กับตัวเองได้เสมอ&#8230;<br />
 <br />
มีความสุขต้อนรับปีใหม่กันทุกๆคนนะครับ<br />
 <br />
นายแม็คเอง&#8230;</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.myblog.in.th/2009/12/30/newyear2010/feed/</wfw:commentRss>
		</item>
		<item>
		<title>วิธีลด Bandwidth ของเว็บไซต์ 15 ประการ</title>
		<link>http://www.myblog.in.th/2009/12/24/15_tips_on_how_to_save_bandwidth/</link>
		<comments>http://www.myblog.in.th/2009/12/24/15_tips_on_how_to_save_bandwidth/#comments</comments>
		<pubDate>Thu, 24 Dec 2009 02:27:29 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
		
		<category><![CDATA[มีสาระ]]></category>

		<category><![CDATA[เว็บไซต์]]></category>

		<category><![CDATA[bandwidth]]></category>

		<category><![CDATA[tip]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.myblog.in.th/2009/12/24/15_tips_on_how_to_save_bandwidth/</guid>
		<description><![CDATA[หลายๆคนที่ทำเว็บไซต์ แล้วชอบบ่นว่ามีการใช้ปริมาณ Bandwidth มาก กลัว Bandwidth เต็ม เพราะบางคนเช่าโฮสแบบที่กำหนด Bandwidth เช่นเดือนละ 50 GB อะไรแบบนี้เป็นต้น ทำให้กลัวเหลือเกินเรื่อง Bandwidth เกิน
ก็เลยเอาเรื่องเล่าเกี่ยวกับว่าเราจะลด Bandwidth ได้ยังไงมาฝากแล้วกัน

เปลี่ยนจากการใช้รูปที่เป็นสีทำ Background
บางคนทำเว็บไซต์แล้วเวลาใช้ background ที่เป็นสี มีการใช้รูปมาทำ เช่น กำหนดรูปชื่อ black.jpg เพื่อนำไปเป็นพื้นหลังสีดำ ซึ่งไม่ควรทำ ควรใช้คำสั่ง CSS เพื่อดึงค่าสีมาแสดงเป็นพื้นหลังสีดำดีกว่า โดยใช้ color:#000000 แทน
ใช้รูปนามสกุล .jpg  .png  ดีกว่า
เวลาทำรูปใน Photoshop แล้วจะบันทึกควรเลือกบันทึกแบบ Save for Web &#38; Devices (Alt+Shift+Ctrl+S) เพื่อที่จะได้ขนาดไฟล์ที่เหมาะสมกับการใช้งานในเว็บไซต์ โดยควรเป็นนามสกุล .jpg  .png  หรือ .gif  แต่ไม่ควรเป็น .bmp โดยเด็ดขาด
ไม่ให้ผู้อื่นนำรูปไปแสดงได้
ส่วนมากคนจะนิยมเรียกว่า hotlinks สำหรับการป้องกันแบบนี้ก็คือไม่อนุญาติให้ใครเอารูปไปแปะไว้ที่เว็บอื่น [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>หลายๆคนที่ทำเว็บไซต์ แล้วชอบบ่นว่ามีการใช้ปริมาณ Bandwidth มาก กลัว Bandwidth เต็ม เพราะบางคนเช่าโฮสแบบที่กำหนด Bandwidth เช่นเดือนละ 50 GB อะไรแบบนี้เป็นต้น ทำให้กลัวเหลือเกินเรื่อง Bandwidth เกิน</p>
<p>ก็เลยเอาเรื่องเล่าเกี่ยวกับว่าเราจะลด Bandwidth ได้ยังไงมาฝากแล้วกัน</p>
<ol>
<li><strong>เปลี่ยนจากการใช้รูปที่เป็นสีทำ Background</strong><br />
บางคนทำเว็บไซต์แล้วเวลาใช้ background ที่เป็นสี มีการใช้รูปมาทำ เช่น กำหนดรูปชื่อ black.jpg เพื่อนำไปเป็นพื้นหลังสีดำ ซึ่งไม่ควรทำ ควรใช้คำสั่ง CSS เพื่อดึงค่าสีมาแสดงเป็นพื้นหลังสีดำดีกว่า โดยใช้ color:#000000 แทน</li>
<li><strong>ใช้รูปนามสกุล .jpg  .png  ดีกว่า</strong><br />
เวลาทำรูปใน Photoshop แล้วจะบันทึกควรเลือกบันทึกแบบ Save for Web &amp; Devices (Alt+Shift+Ctrl+S) เพื่อที่จะได้ขนาดไฟล์ที่เหมาะสมกับการใช้งานในเว็บไซต์ โดยควรเป็นนามสกุล .jpg  .png  หรือ .gif  แต่ไม่ควรเป็น .bmp โดยเด็ดขาด</li>
<li><strong>ไม่ให้ผู้อื่นนำรูปไปแสดงได้</strong><br />
ส่วนมากคนจะนิยมเรียกว่า hotlinks สำหรับการป้องกันแบบนี้ก็คือไม่อนุญาติให้ใครเอารูปไปแปะไว้ที่เว็บอื่น หรือทำการดึงเอาลิงก์ตรงๆจากในเว็บไซต์เราไปแสดงผลที่อื่น ซึ่งก็ช่วยลด Bandwidth ได้เยอะเช่นกัน ซึ่งสามารถป้องกันได้โดยใช้ htaccess มาช่วยได้ ลองดูวิธีได้จากเว็บ <a href="http://altlab.com/htaccess_tutorial.html" target="_blank">altlab.com</a></li>
<li><strong>บีบอัดไฟล์ CSS</strong><br />
ไฟล์ CSS บางคนเขียนไฟล์เดียวใช้คลุมทั้งเว็บไซต์ ไม่แบ่งไฟล์เลย หรือบางครั้งไฟล์ CSS ก็ใหญ่มาก ดังนั้นควรมาทำการบีบอัดขนาดไฟล์ CSS ก่อนนำไปใช้งาน ซึ่งสามารถนำไปบีบอัดข้อมูลได้ที่ <a href="http://tools.arantius.com/css-compressor" target="_blank">arantius.com</a>  หรือ  <a href="http://isnoop.net/tools/css.php" target="_blank">isnoop.net</a></li>
<li><strong>บีบอัด HTML ด้วย GZIP</strong><br />
เหมือนกับ CSS ซึ่ง HTML ก็สามารถทำได้ ซึ่งหากใช้ PHP ในการทำเว็บไซต์ก็ลองใช้คำสั่งนี้ดู <a href="http://www.techiecorner.com/7/speed-up-and-save-your-website-bandwidth-with-gzip-compression/" target="_blank">ลองดูวิธีการใช้ GZIP ได้ที่นี่ </a></li>
<li><strong>งดใช้ HTML Comment</strong><br />
เวลาเขียนเว็บไซต์ส่วนที่เราไม่ต้องการแสดงผล หรือ บางส่วนเราอยากจะมี Comment ไว้เราก็มักจะเขียนด้วย &lt;!&#8211; เนื้อหา &#8211;!&gt; แต่ก็ยังคงมีการ Comment ในไฟล์ต่างๆ เช่น CSS ก็ใช้ /* Comments */  เป็นต้น <a href="http://www.marcofolio.net/tips/making_comments_in_your_source_code.html" target="_blank">ดูการ Comment ของภาษาต่างๆได้ที่นี่</a></li>
<li><strong>หลีกเลี่ยงการใช้ตาราง</strong><br />
หากว่าส่วนไหนที่สามารถใช้คำสั่ง DIV หรือ SPAN ได้ก็ควรใช้แทน TABLE แล้วนำเอา CSS มาควบคุมการทำงาน ซึ่งจะทำให้ไวขึ้นได้</li>
<li><strong>ให้ที่อยู่ของไฟล์สั้นที่สุด</strong><br />
ในการสร้างที่เก็บไฟล์ ไม่ว่าจะไฟล์เอกสาร หรือ ไฟล์รูปต่างๆ ไม่ควรมีความซับซ้อน หรือลึกเกินไป ซึ่งจะทำให้ต้องเขียน HTML มากขึ้น ทำให้ Bandwidth สูงตามไปด้วย เช่น  /images/stories/subfolder_1/subfolder_2/subfolder_3/this_is_my_image.jpg ควรใช้แค่ /img/001.jpg</li>
<li><strong>ใช้ ALT และ TITLE ให้สั้นและกระชับ</strong><br />
ใน HTML เราสามารถใส่ ALT หรือ TITLE ได้ เพื่อประโยชน์หลายประการ แต่ในปัจจุบันมักจะทำเพื่อหวังผลด้าน SEO มากที่สุด ซึ่งในการลด Bandwidth เราควรทำให้สั้นและกระชับที่สุด เช่น &lt;img src=&#8221;images/001.jpg&#8221; alt=&#8221;Picture of an elephant&#8221; title=&#8221;This is a big elephant&#8221; /&gt; ปรับเป็น &lt;img src=&#8221;images/001.jpg&#8221; alt=&#8221;Elephant&#8221; title=&#8221;Elephant&#8221; /&gt;</li>
<li><strong>นำไฟล์ใหญ่ๆไปฝากกับเว็บให้บริการฝากไฟล์</strong><br />
หากจะมีการให้ดาวน์โหลดไฟล์ต่างๆ ควรทำไปฝากกับผู้ให้บริการฝากไฟล์ เช่น <a href="http://rapidshare.com/" target="_blank">RapidShare</a> และ <a href="http://megaupload.com/" target="_blank">MegaUpload.</a> หรือไม่ก็ <a href="http://4shared.com/" target="_blank">4shared</a></li>
<li><strong>ใช้ระบบ Cache ภายนอกสำหรับ RSS Feed</strong><br />
ใช้บริการสร้าง Cache RSS Feed จากภายนอก โดยสามารถเลือกใช้งานได้จาก <a href="http://www.rsscache.com/" target="_blank">RSS Cache</a> และ <a href="http://www.rsscache.com/howworks.aspx" target="_blank">ดูการทำงานได้ที่นี่</a></li>
<li><strong>ไม่ Submit เว็บของคุณลง Search Engine</strong><br />
ฟังแล้วดูตลกไหม แต่ก็เป็นเรื่องจริงที่อยากจะลด Bandwidth ก็ต้องงด Submit เว็บไซต์ไปยัง Search Engine เพื่อป้องกัน Search Engine เข้ามาเก็บข้อมูลในเว็บไซต์ของเรา เช่น <a href="http://www.google.com/addurl/" target="_blank">Add your URL</a> ของ Google</li>
<li><strong>เข้าชมได้แต่สมาชิก</strong><br />
เป็นไงหล่ะวิธีนี้ กำหนดไปเลยว่าเข้าชมได้เฉพาะสมาชิก มีการ login ก่อนเข้าเว็บไซต์ หรือไม่ก็เสริมด้วยเข้าชมได้เฉพาะประเทศ , ไอพี เป็นต้น รับรองลดได้เยอะทีเดียว</li>
<li><strong>ใช้งาน AJAX</strong><br />
อันนี้น่าสนนะสำหรับ <a href="http://en.wikipedia.org/wiki/Ajax_(programming)" target="_blank">AJAX</a> (Asynchronous JavaScript and XML) ก็สามารถช่วยลด Bandwidth ได้มาก เพราะจะโหลดส่วนที่อัพเดท หรือ เปลี่ยนแปลงมาแสดง ไม่ต้องเปลี่ยนทั้งหน้าเว็บเป็นต้น</li>
<li><strong>และสุดท้าย อย่าให้ใครรู้จักเว็บคุณ</strong><br />
อาจจะดูโง่ แต่นี่แหล่ะคือวิธีประหยัด Bandwidth ที่ดีที่สุด เมื่อไม่มีใครรู้จักเว็บเรา ก็จะไม่มีคนเข้า ดังนั้นก็ประหยัด Bandwidth สุดๆไปเล๊ยยยย</li>
</ol>
<p>ที่มา : <a href="http://www.marcofolio.net/tips/15_tips_on_how_to_save_bandwidth.html" target="_blank">http://www.marcofolio.net/tips/15_tips_on_how_to_save_bandwidth.html</a></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.myblog.in.th/2009/12/24/15_tips_on_how_to_save_bandwidth/feed/</wfw:commentRss>
		</item>
		<item>
		<title>บางครั้งคุณว่า รัฐ กับ สื่อ โง่บ้างไหม?</title>
		<link>http://www.myblog.in.th/2009/11/18/war_news/</link>
		<comments>http://www.myblog.in.th/2009/11/18/war_news/#comments</comments>
		<pubDate>Wed, 18 Nov 2009 15:47:28 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
		
		<category><![CDATA[บ่นๆ]]></category>

		<category><![CDATA[ไร้สาระ]]></category>

		<category><![CDATA[ข่าว]]></category>

		<category><![CDATA[ผู้ก่อการร้าย]]></category>

		<category><![CDATA[รัฐบาล]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.myblog.in.th/2009/11/18/war_news/</guid>
		<description><![CDATA[วันนี้ได้มีโอกาสดูข่าว โดยเฉพาะข่าวการปะทะกันของทหารไทย กับผู้ก่อการร้าย ซึ่งหากเป็นการรายงานข่าวในแบบปกติผมว่ามันก็ไม่เท่าไหร่ เช่น เสียชีวิตกี่คน , บาดเจ็บเท่าไหร่ อะไรแนวๆนี้ แต่ในเนื้อข่าวเท่าที่ผมเห็นรายงานในตอนนี้ บอกหมดครับ ว่า รัฐ มีแผนที่จะทำอย่างไร วางแผนจะเข้าไปจับกุมอย่างไร ตอนนี้ดำเนินการไปถึงไหนแล้ว ขั้นตอนต่อไปจะต้องทำยังไง
ซึ่งหากผมเป็นโจร ผมก็คงรู้หมดครับว่ารัฐมีแผนจะจัดการผมอย่างไร ถึงมันจะเป็นเรื่องจริง หรือ ไม่จริง (แต่ส่วนมากก็จริง)
มันเหมือนกับการบอกให้กับ โจร ว่าให้รีบหาช่องทางป้องกันไว้ซะ&#8230;.
สื่อ เขาก็รายงานไปตามข้อมูลที่ได้จาก เจ้าหน้าที่นั่นแหล่ะครับ
อย่างที่มีการประชุมผู้นำที่ผ่านมา เห็นไหมครับว่าข่าวรายงานหมดครับ ว่ามีแผนป้องกันผู้นำประเทศต่างๆทางไหนบ้าง , มีช่องทางหลบหนีทางไหนบ้าง หากผมเป็นผู้ก่อการร้าย ผมก็คงเลือกทำในช่องโหว่ที่ทางรัฐไม่ได้ป้องกันไว้ใช่ไหม
ก็ไม่รู้จะเอามารายงานข่าวทำไม??? หรือคิดว่าโจรไม่มีทีวีดู
บางเรื่องผมว่ามันควรจะเป็นเรื่องลับ มากกว่า เอามาออกข่าวโจ่งครึมแบบในปัจจุบันนี้
]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>วันนี้ได้มีโอกาสดูข่าว โดยเฉพาะข่าวการปะทะกันของทหารไทย กับผู้ก่อการร้าย ซึ่งหากเป็นการรายงานข่าวในแบบปกติผมว่ามันก็ไม่เท่าไหร่ เช่น เสียชีวิตกี่คน , บาดเจ็บเท่าไหร่ อะไรแนวๆนี้ แต่ในเนื้อข่าวเท่าที่ผมเห็นรายงานในตอนนี้ บอกหมดครับ ว่า รัฐ มีแผนที่จะทำอย่างไร วางแผนจะเข้าไปจับกุมอย่างไร ตอนนี้ดำเนินการไปถึงไหนแล้ว ขั้นตอนต่อไปจะต้องทำยังไง</p>
<p>ซึ่งหากผมเป็นโจร ผมก็คงรู้หมดครับว่ารัฐมีแผนจะจัดการผมอย่างไร ถึงมันจะเป็นเรื่องจริง หรือ ไม่จริง (แต่ส่วนมากก็จริง)</p>
<p>มันเหมือนกับการบอกให้กับ โจร ว่าให้รีบหาช่องทางป้องกันไว้ซะ&#8230;.</p>
<p>สื่อ เขาก็รายงานไปตามข้อมูลที่ได้จาก เจ้าหน้าที่นั่นแหล่ะครับ</p>
<p>อย่างที่มีการประชุมผู้นำที่ผ่านมา เห็นไหมครับว่าข่าวรายงานหมดครับ ว่ามีแผนป้องกันผู้นำประเทศต่างๆทางไหนบ้าง , มีช่องทางหลบหนีทางไหนบ้าง หากผมเป็นผู้ก่อการร้าย ผมก็คงเลือกทำในช่องโหว่ที่ทางรัฐไม่ได้ป้องกันไว้ใช่ไหม</p>
<p>ก็ไม่รู้จะเอามารายงานข่าวทำไม??? หรือคิดว่าโจรไม่มีทีวีดู</p>
<p>บางเรื่องผมว่ามันควรจะเป็นเรื่องลับ มากกว่า เอามาออกข่าวโจ่งครึมแบบในปัจจุบันนี้</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.myblog.in.th/2009/11/18/war_news/feed/</wfw:commentRss>
		</item>
		<item>
		<title>ไอเดียการสนทนากับคนเข้าชมเว็บของเรา</title>
		<link>http://www.myblog.in.th/2009/11/12/online_pm/</link>
		<comments>http://www.myblog.in.th/2009/11/12/online_pm/#comments</comments>
		<pubDate>Thu, 12 Nov 2009 03:19:34 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
		
		<category><![CDATA[มีสาระ]]></category>

		<category><![CDATA[เว็บไซต์]]></category>

		<category><![CDATA[idea]]></category>

		<category><![CDATA[online]]></category>

		<category><![CDATA[ข้อความ]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.myblog.in.th/2009/11/12/online_pm/</guid>
		<description><![CDATA[ช่วงนี้ผมกำลังจะสอบก็วุ่นวายกับการการอ่านหนังสือสอบ ก็เลยไม่ค่อยได้มีเวลามานั่งเขียน Blog นะครับ แต่ก็พอดีเมื่อราวๆ 3-4 วันก่อน ผมได้มีความต้องการที่จะทำอย่างไรกับสิ่งที่ผมได้เห็นในเว็บของผม มันก็เลยผุดออกมากลายเป็น Blog ตอนนี้ให้ได้อ่านกัน
สิ่งที่ผมเจอคืออะไร?????
ผมได้ไปเห็นข้อมูลที่ผมทำมานานแล้ว นั่นก็คือข้อมูลนี้ครับ

 มันคือข้อมูลของคนที่ออนไลน์ในเว็บไซต์ในแบบ Real time ในรูปเป็นคนที่ออนไลน์ในช่วงเวลาราวๆ 9 โมงกว่าๆ หากเป็นช่วงบ่ายๆจะออนไลน์พร้อมๆกันประมาณ พันกว่าคน
แนวทางการเก็บคนออนไลน์ทำยังไง?
มันก็แล้วแต่จะเขียนโค๊ดกันแบบไหน แต่ของผมจะไม่ได้ยุ่งยากมากมายนัก ตาราง Database ก็มีแค่ 3 ฟิลล์ เท่านั้น
 
 ก็เก็บเวลา , ไอพี และ ชื่อสมาชิก (ใครจะเก็บให้หรูกว่านี้ก็แล้วแต่ท่าน บางคนอาจจะเก็บถึงระดับของ session id ก็แล้วแต่จะทำ) ซึ่งเวลาเก็บข้อมูลผมเลือกที่จะให้เก็บข้อมูลในแบบของ Memory ซึ่งจะทำงานได้เร็วกว่าเก็บในแบบ MyISAM
 
 เมื่อเรามีข้อมูลดิบที่จะนำไปใช้งานได้ขนาดนี้ ผมก็มาคิดว่า เราน่าจะทำอะไรที่สร้างปฏิสัมพันธ์กับผู้เข้าชมเว็บไซต์ หรือ สมาชิกเว็บไซต์ที่กำลังออนไลน์อยู่ ผมก็เลยคิดว่า ทำระบบส่งข้อความทางหน้าเว็บไปให้บรรดาคนที่ออนไลน์อยู่ในเว็บไซต์ ณ ขณะนั้นดีกว่า
เมื่อคิดแล้วก็ลงมือทำเลย โดยใช้เวลาเขียนไม่นานเลย สัก ชั่วโมงนึงก็เสร็จ (ทำไมไม่คิดทำตั้งนานแล้วหว่า)  เพราะระบบในเว็บ mocyc.com มีหลายอย่างสนับสนุนการต่อยอดในครั้งนี้อยู่แล้ว เพราะในเว็บไซต์ผมมีระบบ [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>ช่วงนี้ผมกำลังจะสอบก็วุ่นวายกับการการอ่านหนังสือสอบ ก็เลยไม่ค่อยได้มีเวลามานั่งเขียน Blog นะครับ แต่ก็พอดีเมื่อราวๆ 3-4 วันก่อน ผมได้มีความต้องการที่จะทำอย่างไรกับสิ่งที่ผมได้เห็นในเว็บของผม มันก็เลยผุดออกมากลายเป็น Blog ตอนนี้ให้ได้อ่านกัน</p>
<p><strong>สิ่งที่ผมเจอคืออะไร?????</strong></p>
<p>ผมได้ไปเห็นข้อมูลที่ผมทำมานานแล้ว นั่นก็คือข้อมูลนี้ครับ</p>
<p align="center"><img src="http://www.myblog.in.th/wp-content/uploads/2009/11/12-11-2552-9-48-49.jpg" alt="12-11-2552-9-48-49.jpg" /></p>
<p> มันคือข้อมูลของคนที่ออนไลน์ในเว็บไซต์ในแบบ Real time ในรูปเป็นคนที่ออนไลน์ในช่วงเวลาราวๆ 9 โมงกว่าๆ หากเป็นช่วงบ่ายๆจะออนไลน์พร้อมๆกันประมาณ พันกว่าคน</p>
<p>แนวทางการเก็บคนออนไลน์ทำยังไง?</p>
<p>มันก็แล้วแต่จะเขียนโค๊ดกันแบบไหน แต่ของผมจะไม่ได้ยุ่งยากมากมายนัก ตาราง Database ก็มีแค่ 3 ฟิลล์ เท่านั้น</p>
<p align="center"> <img src="http://www.myblog.in.th/wp-content/uploads/2009/11/12-11-2552-9-54-48.jpg" alt="12-11-2552-9-54-48.jpg" /></p>
<p> ก็เก็บเวลา , ไอพี และ ชื่อสมาชิก (ใครจะเก็บให้หรูกว่านี้ก็แล้วแต่ท่าน บางคนอาจจะเก็บถึงระดับของ session id ก็แล้วแต่จะทำ) ซึ่งเวลาเก็บข้อมูลผมเลือกที่จะให้เก็บข้อมูลในแบบของ Memory ซึ่งจะทำงานได้เร็วกว่าเก็บในแบบ MyISAM</p>
<p align="center"> <img src="http://www.myblog.in.th/wp-content/uploads/2009/11/12-11-2552-9-59-13.jpg" alt="12-11-2552-9-59-13.jpg" /></p>
<p> เมื่อเรามีข้อมูลดิบที่จะนำไปใช้งานได้ขนาดนี้ ผมก็มาคิดว่า เราน่าจะทำอะไรที่สร้างปฏิสัมพันธ์กับผู้เข้าชมเว็บไซต์ หรือ สมาชิกเว็บไซต์ที่กำลังออนไลน์อยู่ ผมก็เลยคิดว่า ทำระบบส่งข้อความทางหน้าเว็บไปให้บรรดาคนที่ออนไลน์อยู่ในเว็บไซต์ ณ ขณะนั้นดีกว่า</p>
<p>เมื่อคิดแล้วก็ลงมือทำเลย โดยใช้เวลาเขียนไม่นานเลย สัก ชั่วโมงนึงก็เสร็จ (ทำไมไม่คิดทำตั้งนานแล้วหว่า)  เพราะระบบในเว็บ mocyc.com มีหลายอย่างสนับสนุนการต่อยอดในครั้งนี้อยู่แล้ว เพราะในเว็บไซต์ผมมีระบบ pm ของสมาชิกอยู่แล้ว ดังนั้นในส่วนของสมาชิกผมก็เลยยิงข้อความที่ผมต้องการพูดในตอนนั้นลง pm ของสมาชิกไปเลย และหากเป็นบุคคลทั่วไผมก็ยิงข้อความไปตาม IP ของคนที่ออนไลน์อยู่ โดยจะมีการทำให้มี Alert box ขึ้นเพื่อให้ไปอ่านข้อความที่ผมส่งไป (หาวิธีเขียนโปรแกรมกันเอาเองนะครับ)</p>
<p align="center"><img src="http://www.myblog.in.th/wp-content/uploads/2009/11/12-11-2552-10-09-41.jpg" alt="12-11-2552-10-09-41.jpg" /></p>
<p> <strong>แล้วมันต่างจาก pm ยังไง ส่ง pm ไปให้สมาชิกทุกคนเลยก็สิ้นเรื่อง ????</strong> อาจจะมีคนถามผมแบบนี้</p>
<p>ต่างครับ แตกต่างเพราะผมส่งให้เฉพาะคนที่ออนไลน์ ณ ขณะนั้น ดังนั้นผมสามารถที่จะพูดอะไรที่เป็นเวลา ณ ตอนนั้นได้เลย อาจจะมีการสอบถามอะไรไปในตอนนั้น แล้วให้เขาตอบผมมาได้ทันที ซึ่งจากการดู Feedback ปรากฏว่าได้ผลเป็นอย่างมาก เพราะผมได้การ Reply กลับจากสมาชิกที่ออนไลน์ในทันที ซึ่งมันทำให้เหมือนว่า เราได้ใกล้ชิดกับสมาชิกเว็บไซต์ และ ผู้เข้าชมเว็บไซต์ได้มากกว่าเดิม</p>
<p align="center"><img src="http://www.myblog.in.th/wp-content/uploads/2009/11/12-11-2552-10-16-05.jpg" alt="12-11-2552-10-16-05.jpg" /><br />
มีคนตอบกลับผมมาเยอะเลย</p>
<p>ก็เป็นแค่ไอเดียของการทำเท่านั้นนะครับสำหรับคนที่ทำเว็บไซต์เองแล้วอยากสร้างปฏิสัมพันธ์กับ คนที่ใช้เว็บไซต์ หรือ สมาชิกก็อาจจะลองทำแนวๆนี้ได้ อาจจะไม่ใช่แนวทางที่ดีที่สุด แต่ผมว่ามันคุ้มกับที่ทำลงไปครับ</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.myblog.in.th/2009/11/12/online_pm/feed/</wfw:commentRss>
		</item>
		<item>
		<title>ไม่รู้หรอก&#8230;</title>
		<link>http://www.myblog.in.th/2009/10/31/story4/</link>
		<comments>http://www.myblog.in.th/2009/10/31/story4/#comments</comments>
		<pubDate>Sat, 31 Oct 2009 05:00:44 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
		
		<category><![CDATA[Forward Mail]]></category>

		<category><![CDATA[ไร้สาระ]]></category>

		<category><![CDATA[story]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.myblog.in.th/2009/10/31/story4/</guid>
		<description><![CDATA[
]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p align="center"><img src="http://www.myblog.in.th/wp-content/uploads/2009/10/story04.jpg" alt="story04.jpg" /></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.myblog.in.th/2009/10/31/story4/feed/</wfw:commentRss>
		</item>
		<item>
		<title>ยิ่งคาดหวัง ยิ่งเปราะบาง</title>
		<link>http://www.myblog.in.th/2009/10/30/story3/</link>
		<comments>http://www.myblog.in.th/2009/10/30/story3/#comments</comments>
		<pubDate>Fri, 30 Oct 2009 05:00:37 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
		
		<category><![CDATA[Forward Mail]]></category>

		<category><![CDATA[ไร้สาระ]]></category>

		<category><![CDATA[story]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.myblog.in.th/2009/10/30/story3/</guid>
		<description><![CDATA[
]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p align="center"><img src="http://www.myblog.in.th/wp-content/uploads/2009/10/story03.jpg" alt="story03.jpg" /></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.myblog.in.th/2009/10/30/story3/feed/</wfw:commentRss>
		</item>
		<item>
		<title>ไม่ใช่จะรักใครก็ได้นะ</title>
		<link>http://www.myblog.in.th/2009/10/29/story2/</link>
		<comments>http://www.myblog.in.th/2009/10/29/story2/#comments</comments>
		<pubDate>Thu, 29 Oct 2009 05:00:19 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
		
		<category><![CDATA[Forward Mail]]></category>

		<category><![CDATA[ไร้สาระ]]></category>

		<category><![CDATA[story]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.myblog.in.th/2009/10/29/story2/</guid>
		<description><![CDATA[
]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p align="center"><img src="http://www.myblog.in.th/wp-content/uploads/2009/10/story02.jpg" alt="story02.jpg" /></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.myblog.in.th/2009/10/29/story2/feed/</wfw:commentRss>
		</item>
		<item>
		<title>มันคนละเรื่องกัน</title>
		<link>http://www.myblog.in.th/2009/10/28/story1/</link>
		<comments>http://www.myblog.in.th/2009/10/28/story1/#comments</comments>
		<pubDate>Wed, 28 Oct 2009 05:00:08 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
		
		<category><![CDATA[Forward Mail]]></category>

		<category><![CDATA[ไร้สาระ]]></category>

		<category><![CDATA[story]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.myblog.in.th/2009/10/28/story1/</guid>
		<description><![CDATA[
]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p align="center"><img src="http://www.myblog.in.th/wp-content/uploads/2009/10/story01.jpg" alt="story01.jpg" /></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.myblog.in.th/2009/10/28/story1/feed/</wfw:commentRss>
		</item>
	</channel>
</rss>
