วิธีลด Bandwidth ของเว็บไซต์ 15 ประการ
Thursday, December 24th, 2009หลายๆคนที่ทำเว็บไซต์ แล้วชอบบ่นว่ามีการใช้ปริมาณ Bandwidth มาก กลัว Bandwidth เต็ม เพราะบางคนเช่าโฮสแบบที่กำหนด Bandwidth เช่นเดือนละ 50 GB อะไรแบบนี้เป็นต้น ทำให้กลัวเหลือเกินเรื่อง Bandwidth เกิน
ก็เลยเอาเรื่องเล่าเกี่ยวกับว่าเราจะลด Bandwidth ได้ยังไงมาฝากแล้วกัน
- เปลี่ยนจากการใช้รูปที่เป็นสีทำ Background
บางคนทำเว็บไซต์แล้วเวลาใช้ background ที่เป็นสี มีการใช้รูปมาทำ เช่น กำหนดรูปชื่อ black.jpg เพื่อนำไปเป็นพื้นหลังสีดำ ซึ่งไม่ควรทำ ควรใช้คำสั่ง CSS เพื่อดึงค่าสีมาแสดงเป็นพื้นหลังสีดำดีกว่า โดยใช้ color:#000000 แทน - ใช้รูปนามสกุล .jpg .png ดีกว่า
เวลาทำรูปใน Photoshop แล้วจะบันทึกควรเลือกบันทึกแบบ Save for Web & Devices (Alt+Shift+Ctrl+S) เพื่อที่จะได้ขนาดไฟล์ที่เหมาะสมกับการใช้งานในเว็บไซต์ โดยควรเป็นนามสกุล .jpg .png หรือ .gif แต่ไม่ควรเป็น .bmp โดยเด็ดขาด - ไม่ให้ผู้อื่นนำรูปไปแสดงได้
ส่วนมากคนจะนิยมเรียกว่า hotlinks สำหรับการป้องกันแบบนี้ก็คือไม่อนุญาติให้ใครเอารูปไปแปะไว้ที่เว็บอื่น หรือทำการดึงเอาลิงก์ตรงๆจากในเว็บไซต์เราไปแสดงผลที่อื่น ซึ่งก็ช่วยลด Bandwidth ได้เยอะเช่นกัน ซึ่งสามารถป้องกันได้โดยใช้ htaccess มาช่วยได้ ลองดูวิธีได้จากเว็บ altlab.com - บีบอัดไฟล์ CSS
ไฟล์ CSS บางคนเขียนไฟล์เดียวใช้คลุมทั้งเว็บไซต์ ไม่แบ่งไฟล์เลย หรือบางครั้งไฟล์ CSS ก็ใหญ่มาก ดังนั้นควรมาทำการบีบอัดขนาดไฟล์ CSS ก่อนนำไปใช้งาน ซึ่งสามารถนำไปบีบอัดข้อมูลได้ที่ arantius.com หรือ isnoop.net - บีบอัด HTML ด้วย GZIP
เหมือนกับ CSS ซึ่ง HTML ก็สามารถทำได้ ซึ่งหากใช้ PHP ในการทำเว็บไซต์ก็ลองใช้คำสั่งนี้ดู ลองดูวิธีการใช้ GZIP ได้ที่นี่ - งดใช้ HTML Comment
เวลาเขียนเว็บไซต์ส่วนที่เราไม่ต้องการแสดงผล หรือ บางส่วนเราอยากจะมี Comment ไว้เราก็มักจะเขียนด้วย <!– เนื้อหา –!> แต่ก็ยังคงมีการ Comment ในไฟล์ต่างๆ เช่น CSS ก็ใช้ /* Comments */ เป็นต้น ดูการ Comment ของภาษาต่างๆได้ที่นี่ - หลีกเลี่ยงการใช้ตาราง
หากว่าส่วนไหนที่สามารถใช้คำสั่ง DIV หรือ SPAN ได้ก็ควรใช้แทน TABLE แล้วนำเอา CSS มาควบคุมการทำงาน ซึ่งจะทำให้ไวขึ้นได้ - ให้ที่อยู่ของไฟล์สั้นที่สุด
ในการสร้างที่เก็บไฟล์ ไม่ว่าจะไฟล์เอกสาร หรือ ไฟล์รูปต่างๆ ไม่ควรมีความซับซ้อน หรือลึกเกินไป ซึ่งจะทำให้ต้องเขียน HTML มากขึ้น ทำให้ Bandwidth สูงตามไปด้วย เช่น /images/stories/subfolder_1/subfolder_2/subfolder_3/this_is_my_image.jpg ควรใช้แค่ /img/001.jpg - ใช้ ALT และ TITLE ให้สั้นและกระชับ
ใน HTML เราสามารถใส่ ALT หรือ TITLE ได้ เพื่อประโยชน์หลายประการ แต่ในปัจจุบันมักจะทำเพื่อหวังผลด้าน SEO มากที่สุด ซึ่งในการลด Bandwidth เราควรทำให้สั้นและกระชับที่สุด เช่น <img src=”images/001.jpg” alt=”Picture of an elephant” title=”This is a big elephant” /> ปรับเป็น <img src=”images/001.jpg” alt=”Elephant” title=”Elephant” /> - นำไฟล์ใหญ่ๆไปฝากกับเว็บให้บริการฝากไฟล์
หากจะมีการให้ดาวน์โหลดไฟล์ต่างๆ ควรทำไปฝากกับผู้ให้บริการฝากไฟล์ เช่น RapidShare และ MegaUpload. หรือไม่ก็ 4shared - ใช้ระบบ Cache ภายนอกสำหรับ RSS Feed
ใช้บริการสร้าง Cache RSS Feed จากภายนอก โดยสามารถเลือกใช้งานได้จาก RSS Cache และ ดูการทำงานได้ที่นี่ - ไม่ Submit เว็บของคุณลง Search Engine
ฟังแล้วดูตลกไหม แต่ก็เป็นเรื่องจริงที่อยากจะลด Bandwidth ก็ต้องงด Submit เว็บไซต์ไปยัง Search Engine เพื่อป้องกัน Search Engine เข้ามาเก็บข้อมูลในเว็บไซต์ของเรา เช่น Add your URL ของ Google - เข้าชมได้แต่สมาชิก
เป็นไงหล่ะวิธีนี้ กำหนดไปเลยว่าเข้าชมได้เฉพาะสมาชิก มีการ login ก่อนเข้าเว็บไซต์ หรือไม่ก็เสริมด้วยเข้าชมได้เฉพาะประเทศ , ไอพี เป็นต้น รับรองลดได้เยอะทีเดียว - ใช้งาน AJAX
อันนี้น่าสนนะสำหรับ AJAX (Asynchronous JavaScript and XML) ก็สามารถช่วยลด Bandwidth ได้มาก เพราะจะโหลดส่วนที่อัพเดท หรือ เปลี่ยนแปลงมาแสดง ไม่ต้องเปลี่ยนทั้งหน้าเว็บเป็นต้น - และสุดท้าย อย่าให้ใครรู้จักเว็บคุณ
อาจจะดูโง่ แต่นี่แหล่ะคือวิธีประหยัด Bandwidth ที่ดีที่สุด เมื่อไม่มีใครรู้จักเว็บเรา ก็จะไม่มีคนเข้า ดังนั้นก็ประหยัด Bandwidth สุดๆไปเล๊ยยยย
ที่มา : http://www.marcofolio.net/tips/15_tips_on_how_to_save_bandwidth.html



















