สอย LCD TV กับ โฮมเธียเตอร์ มาซะแล้ว

Tuesday, December 23rd, 2008

วันนี้ไปเดินคาร์ฟูเพื่อไปซื้อ LCD TV ของ Samsung 32″ Series 4 ซึ่งเท่าที่ดูมาที่คาร์ฟูมันถูกที่สุดคือ 16,990 บาท ก็เลยสอยมาไว้ใช้แทนทีวีเครื่องเดิมในห้องที่ใช้งานมานับ 7-8 ปีแล้ว เรียกได้ว่าคุ้มสุดคุ้มแล้ว

samsung_plasma_tv_series_4_series_5.jpg

แต่ก็บังเอิญไปเห็นชุดโฮมเธียเตอร์ของ LG ราคามันช่างล่อใจจริงๆ 9,990 บาท ที่พ่วงมาด้วยคุณสมบัติที่น่าสนใจเช่น HDMI , FULL HD หรือ แม้แต่สามารถทำให้ CD Audio กลายเป็น MP3 ลง Handy drive และมีกำลังขับขนาด 500 วัตต์ RMS แค่นี้ก็สนั่นบ้านแล้วครับ

lg.jpg

จากที่ทดสอบดูแล้วก็เจ๋งครับ แต่กว่าจะจัดเสร็จก็เอาซะดึกเลยครับ เฮ้อ… วันนี้ความสุขในชีวิตแลกมาด้วยเงินเกือบ 3 หมื่นบาท….

เอาละมามีความรู้กันบ้าง ก็เอาเรื่องที่เกี่ยวกับเครื่องเล่น LG ของผมนั่นแหล่ะ จะมาดูว่าไอ้คำว่า HDMI เนี่ยมันคืออะไร ทำไมสมัยนี้เวลาโฆษณาเครื่องเล่น DVD ทำไมถึงเอา HDMI และ Full HD มาเป็นจุดขายกัน

HDMI
เป็นระบบการเชื่อมต่อภาพและเสียงแบบใหม่ ย่อมาจากคำว่า (H)igh (D)efinition (M)ultimedia (I)nterface โดย HDMI จะเชื่อมต่อทั้งสัญญาณภาพและเสียงระบบดิจิตอลแบบไม่มีการบีบอัดข้อมูลไว้ในสายสัญญาณเพียงเส้นเดียว ให้ความคมชัดของภาพ มีความละเอียด มีความคมลึกและให้เสียงที่สมบูรณ์แบบที่สุดเท่าที่เคยมีมา ขั้วต่อของ HDMI to HDMI จะผลิตจากทองแท้ 24 K  ด้วยนะ (โอ้วพระเจ้าจ๊อด)  ทุกวันนี้ HDMI ถูกนำมาใช้กับอุปกรณ์ Home Theatre หลายอย่างเช่น พลาสม่าทีวี  แอลซีดีทีวี เครื่องเล่นดีวีดี ฯลฯ

dvi_hdmi_converter_cable.jpg
สาย HDMI ครับ เส้นละ 1,000 กว่าบาทเชียวนะ

picserve.gif

ลองมาดูในส่วนของ Full HD กันบ้าง

FULL HD
ก็คือรองรับและแสดงภาพขนาด 1920 x 1080 pixel ได้พอดีครับ พอดีไปเจอที่ละเอียดมากๆ เลยเอามาให้อ่านนะครับ

===========================================

ระบบการแสดงผลของทีวีรุ่นใหม่ (และรุ่นเก่า)
ก่อนอื่นคงต้องออกตัวไว้ก่อนครับว่าไม่ค่อยรู้เรื่องพวกนี้ลึกซึ้งสักเท่าไหร่ ผมเลยจะเน้นข้อมูลเกี่ยวกับความละเอียดของภาพ ข้อมูลเกี่ยวกับทีวี ระบบการสแกนภาพ สายสัญญาณ หรืออะไรที่เกี่ยวข้อง ให้พอรู้กันว่ามันคืออะไร ข้อมูลส่วนใหญ่ก็หาอ้างอิงเอาในเน็ตนี่แหละ ถ้าผิดพลาดตรงไหนก็ชี้แนะกันเข้ามาได้นะครับ

## ระบบการ scan ภาพ มีอยู่ 2 แบบคือ
- Interlace คือ การสแกนเส้นบนหน้าจอซึ่งแบ่งออกเป็น 2 fields โดยจะสแกนเส้นคู่ก่อนใน field A แล้วจึงสแกนเส้นคี่ใน field B เพื่อให้ได้ภาพเป็นหนึ่งเฟรมที่สมบูรณ์
** วิธีการนี้ใช้ในการแพร่สัญญาณทีวีทั่วๆไป (PAL-576i, NTSC-480i)
- Progressive คือการสแกนเส้นพร้อมๆกันทั้ง field A, B ได้เป็นหนึ่งเฟรมที่สมบูรณ์ สัญญาณภาพจึงคมชัดมากๆ จอแบบ LCD, Plasma จะมีการทำงานแบบนี้เป็นหลัก

## ระบบสัญญาณภาพของทีวี ทั่วๆไปจะมีอยู่ 2 แบบคือ
- PAL (Phase Alternating Line) จะแสดงเส้นแนวนอน 625 เส้นในแต่ละเฟรม ทำงานความถี่ 50 Hz* (* field rate จะแสดง 2 field เพื่อให้ได้ 1 เฟรมที่สมบูรณ์) จึงได้อัตราแสดงภาพที่ 25 fps (frame per second) จะแสดงเส้นเพียงแค่ 576 เส้นเพื่อแสดงภาพ ที่เหลือจะไว้เก็บข้อมูลพิเศษอื่นๆ ระบบทีวีแบบ PAL จะใช้กันในยุโรปและเอเชีย เพราะใช้ไฟฟ้าแบบ 50 Hz
- NTSC (National Television Standards Committee) จะแสดงเส้นแนวนอน 525 เส้นในแต่ละเฟรม ทำงานที่ความถี่ 60 Hz อัตราแสดงภาพที่ 30 fps จะแสดงเส้นเพียงแค่ 480 เส้นเพื่อแสดงภาพ ที่เหลือจะไว้เก็บข้อมูลพิเศษอื่นๆ ระบบทีวีแบบ NTSC จะใช้กันในอเมริกาและญี่ปุ่น ซึ่งไฟฟ้าแบบ 60 Hz

3:2 Pulldown คืออะไร ??
เนื่องจากระบบภาพแบบ PAL จะแสดงผล 25 fps ส่วนระบบ NTSC จะแสดงผลที่ 30 fps ในขณะที่ระบบการบันทึกภาพของภาพยนตร์เพื่อนำมาแสดงบนจอที่ความเร็ว 24 fps

3:2 pull down คือกระบวนการแปลง film เป็นสัญญาณ TV (Telecine) สำหรับระบบ NTSC
film 35mm มี framerate 24fps NTSC 30fps (จริงๆ คือ 29.97fps หรือจริงที่สุดคือ 59.94Hz interlaced field)

กระบวณการแปลงจะแบ่งภาพแต่ละ frame เป็น 2 fields แล้วนำมาแสดงบนระบบในลักษณะ 2 ครั้ง และ 3 ครั้ง ต่อฟิล์ด สลับกันไป ซึ่งจะทำให้จาก 24 frame กลายเป็น 60 field (12×2+12×3=60) แล้วนำไปเล่นช้าลงให้เหลือ 59.94Hz
ลองดูภาพประกอบที่นี่
http://www.doom9.org/index.html?/synch.htm

ส่วนการ Telecine สำหรับระบบ PAL จะใช้วิธีเร่งความเร็วจาก 24fps -> 25fps แล้วแยกฟิล์ดตามปกติ (ไม่ได้ใช้ภาพซ้ำ)

สรุปคือหนังระบบ PAL จะมีความยาวเท่ากับ 24/25 เท่าของหนังจาก film (ในโรงหนัง) (สั้นกว่า ~4%) ส่วนหนังระบบ NTSC จะมีความยาวมากกว่าฟิล์มอยู่เล็กน้อยมากๆ (30/29.97 หรือแค่ประมาณ 0.1%) [/quote]

สำหรับการแปลงสัญญาณจาก film เป็นวีดีโอในระบบ PAL จะใช้ 2:2 Pulldown

ทั้งสองวิธี สามารถอ่านข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่นี่
http://www.wijitboonchoo.com/techcorner/index.php?subaction=showfull&id=1052282731&archive=&cnshow=news&start_from= ://http://www.wijitboonchoo.com/techco…ws&start_from=

## ความแตกต่างของความละเอียดในการแสดงภาพของทีวีและจอคอมพิวเตอร์ (หรือ LCD, Plasma)
การแสดงภาพบนจอทีวี จะใช้วิธีแบบ scanline ตัวเลขที่ระบุความละเอียด เช่น 480i (720 x 480) หมายถึง จำนวนเส้น scanline ตามแนวนอน 480 เส้น แต่ละเส้นมีความยาว 720 pixels ทำงานแบบ interlace (หรือ progressive ในกรณี 480p)…………..ในขณะที่จอคอมพิวเตอร์, LCD, Plasma เมื่อระบุเป็น 640 x 480 จะหมายถึงจำนวน pixel ทั้งในแนวตั้งและแนวนอน และทำงานแบบ Progressive

## สัดส่วนของภาพ (Aspect Ratio) คือ สัดส่วน ความกว้างของจอเป็น pixel : ความสูงของจอเป็นจำนวนเส้น scanline ซึ่งหลักๆจะมีอยู่ 2 แบบคือ
- 4:3 คือสัดส่วนของจอทีวีทั่วๆไป
- 16:9 คือสัดส่วนของจอทีวีแบบ Anamorphic Wide Screen
** Letter box เป็นการแสดงภาพแบบ 16:9 ในทีวีธรรมดาที่มีสัดส่วน 4:3 จะมีแถบดำที่ขอบบนและขอบล่างของทีวี

## ระบบของสายสัญญาณ input/output ทีวี
- Analog จะส่งสัญญาณ analog ที่มีสัญญาณภาพแบบ RGB, Y/Pb/Pr เช่นพวกสาย Composite (AV), S-Video, DVD-Component, และแยกสายสัญญาณเสียง Stereo ซ้าย/ขวา ออกมาอีก 2 เส้น …….port VGA : Video Graphics Array ก็ส่งสัญญาณภาพแบบ analog เช่นเดียวกัน (update1)
- Digital จะส่งสัญญาณแบบ digital ผ่าน port เช่น DVI : Digital Visual Interface ซึ่งเป็นการส่งเฉพาะสัญญาณภาพ, HDMI : High-Definition Multimedia Interface เป็นการรวม DVI เข้ากับสายส่งสัญญาณเสียงแบบ multi-channel
** การทำงานของเครื่องเล่น DVD หรือเครื่องเล่นเกม จะประมวลผลภายในเป็น format digital ทั้งหมด แต่เมื่อจะส่งข้อมูลผ่านสายสัญญาณแบบ analog ก็จะต้องแปลงสัญญาณก่อนจึงค่อยส่งออกไป ซึ่งถ้าใช้ port แบบ digital ก็จะสามารถส่งสัญญาณออกไปได้โดยมีความถูกต้องของข้อมูลมากกว่า คุณภาพจึงดีกว่า

## Analog TV, Digital TV
ความแตกต่างก็ตรงส่วนที่รับสัญญาณข้อมูล การแพร่สัญญาณของสื่อทีวีต่างๆ ทีวีแบบ Analog ก็จะรับสัญญาณแบบ analog ทั้งจากระบบเผยแพร่สัญญาณ รวมไปถึงจากอุปกรณ์ input ต่างๆผ่านสาย RF, Composite, S-Video ในขณะที่ทีวีแบบ Digital จะสามารถรับสัญญาณที่เผยแพร่มาแบบ digital ได้ทั้งภาพและเสียง ตามมาตรฐานของ ATSC : Advanced Television Systems Committee ในอเมริกา ซึ่งจะมาแทนระบบ analog แบบ NTSC ในอนาคต …………นอกจากนี้ DTV จะสนับสนุน port แบบ analog/digital ด้วย มันสามารถแปลงสัญญาณจาก digital ไปเป็น analog เพื่อส่งผ่านสายแบบ analog
DTV แบ่งหลักๆออกเป็น 3 แบบคือ
- SDTV : Standard Definition Television เป็นทีวีที่สนับสนุนความละเอียดภาพแบบปกติ เช่น 480i, 576i
- EDTV : Enhanced Definition Television เป็นทีวีที่สนับสนุนความละเอียดภาพที่มีคุณภาพมากขึ้น เช่น 480p, 576p
- HDTV : High Definition Television เป็นทีวีที่สนับสนุนการแสดงภาพที่มีความละเอียดสูง เช่น 720p, 1080i
** i = interlace, p = progressive

## เทคโนโลยีในการแสดงภาพของทีวี
ทีวีรุ่นใหม่ๆที่รองรับระบบ Progressive มักจะสามารถทำงาน upscale/upsampling ได้ด้วยวงจรภายในทีวี โดยการแปลงสัญญาณทีวีที่รับมาเป็น interlace ให้แสดงผลบนจอที่ทำงานแบบ Progressive …..วิธีการต่างๆ ได้แก่
- การเพิ่มความถี่ในการสแกน โดยการรับสัญญาณจาก field A,B 50Hz ไปทำการสแกนบนจอเป็นสองเท่าเป็น 100Hz เช่น Sony-DRC100, Philips 100Hz, 100Hz Digital Scan ภาพที่ได้จากวิธีการนี้จะนิ่งสุดๆ
- Progressive Scan (เทียม) ทีวีจะนำข้อมูล interlace จาก field A,B มา blend รวมกันแล้วทำการ deinterlace เพื่อแสดงบนจอแบบ progressive เช่น Sony DRC Progressive ภาพจะคมชัดมากกว่าแบบ interlace ธรรมดา
- การเพิ่มความละเอียดบนจอ เป็นการนำสัญญาณเดิมมาเพิ่มระดับความละเอียดทั้งแนวนอนและแนวตั้ง เช่น Sony-DRC1250 ภาพจะละเอียดยิ่งขึ้น
- Hybrid จะเป็นการรวมเทคนิคหลายๆแบบเข้าด้วยกัน จะเพิ่มทั้งความถี่ในการสแกนและความละเอียดของภาพ เช่น Philips-Pixel Plus
- Progressive Scan (แท้) ทีวีจะรับข้อมูลสัญญาณแบบ Progressive scan จากพวกเครื่องเล่น DVD, เครื่องเล่นเกม นำไปแสดงบนจอแบบ Progressive ซึ่งการใช้งานแบบนี้จะได้คุณภาพของภาพสูงสุด เพราะมันเป็น Progressive มาตั้งแต่ Source จะส่งสัญญาณ digital แบบ Progressive ผ่านสายแบบ DVD component หรือ VGA, DVI, HDMI เท่านั้น เราต้องเช็คว่าทีวีรุ่นไหนรับสัญญาณ input แบบ progressive scan ได้ทางไหนบ้าง รวมไปถึงเครื่องเล่น DVD ว่าสามารถส่งสัญญาณ output แบบ progressive scan ทางไหนได้บ้าง

## ความละเอียดของภาพบนจอโดยทั่วๆไป
** SD = Standard Definition, HD = High Definition, i = interlace, p = progressive

480i - 720 x 480 (interlace - NTSC - SD)
480p - 720 x 480 (progressive - NTSC - SD)
720p - 1280 x 720 (progressive - NTSC - HD)
1080i - 1920 x 1080 (interlace - NTSC - HD)
1080p - 1920 x 1080 (progressive - NTSC - FULLHD)

นอกจากนี้ก็จะมีความละเอียดแบบอื่นๆ สำหรับระบบภาพแบบ PAL เช่น 525i, 525p, 576i, 576p, 625p, 750p, 1125i และอาจจะมีความละเอียดภาพสำหรับงานเฉพาะด้านอื่นๆอีก

## ลิงค์ข้อมูลเพิ่มเติมที่น่าสนใจ
- ความรู้เกี่ยวกับ PROGRESSIVE SCAN
http://www.wijitboonchoo.com/techcorner/index.php?subaction=showfull&id=1052282731&archive=&cnshow=news&start_from= ://http://www.wijitboonchoo.com/techco…ws&start_from=

===========================================

ที่มา :
http://www.psps.com/pages_frames/tech_talk/film_and_video_terms.htm ://http://www.psps.com/pages_frames/te…ideo_terms.htm
http://www.digitalhidef.com/articles/digital_and_hdtv.htm
http://www.epson.com/cgi-bin/Store/HomeEntertainment/HomeTheatreGlossary.jsp?BV_UseBVCookie=yes ://http://www.epson.com/cgi-bin/Store/…seBVCookie=yes http://www.dba.org.au/index.asp?sectionID=7#What_is_High_Definition_television ://http://www.dba.org.au/index.asp?sec…ion_television
http://www.dvddiary.com/phpBB/viewforum.php?forum=15&3946

Editor's Talk!

สวัสดีคนที่หลงเดินทางเข้ามายัง Blog ของผม อาจจะด้วยความไม่ตั้งใจ หรือ ตั้งใจเข้ามาก็ตาม ก่อนอื่นผมก็ต้องขอออกตัวก่อนว่า Blog ของผมมันจะมีสาระบ้าง หรือ ไม่มีสาระเลย ก็แล้วแต่อารมณ์ช่วงไหนอยากเขียนอะไร อย่าเหมาว่า Blog ผมจะต้องมีแต่ความรู้เหมือน Blog ของคนอื่นๆ นะครับ
สำหรับ Blog นี้ ผมสามารถใช้คำพูดใดๆก็ได้ตามที่ผมเห็นสมควร เพราะมันคือ Blog ของกู(ผม) บางครั้งผมเขียนไปกระทบใครก็ขออภัยไว้ ณ. ที่นี้ด้วย ก็ไม่มีอะไรมากครับ ขอบคุณที่เข้ามาอ่าน Blog ของผมนะครับ

นายแม็ค

ค้นหา :